working system of the human body

Master Your Body Clock: Unlock Health and Productivity

โพสต์โดย MAM AGENCY เมื่อ

“มุนษย์” ถือเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งบนโลกที่มีความซับซ้อน ร่างกายมุนษย์นั้นประกอบไปด้วย เส้นประสาท กล้ามเนื้อ กระดูก รวมกันเรียกว่า อวัยวะ นอกจากนี้ยังมี น้ำ โลหิต เอ็นไซม์ต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยสารอาหาร แต่จะมีชีวิตได้นานแค่ไหนก็ขึ้น อยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อ นาฬิกาชีวิต หรือ Body clock ด้วย ถ้าเทียบแล้วร่างกลไลร่างกายมนุษย์ ก็ไม่ต่างจากกลไกของหุ่นยนต์ ที่ต้องดูแล รักษา และฟื้นฟู ดังนั้น Johnson Heath Tech จึงอยากชวนทุกคนให้มารู้จักนาฬิกาชีวิต 24 ชั่วโมงว่ามีอะไรบ้าง

นาฬิกาชีวิต คืออะไร

Body Clock หรือ นาฬิกาชีวิต คือ วงจรระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งจะควบคุมพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในแต่ละวัน เช่น ส่งผลต่อการตื่น การนอนหลับ การเผาผลาญไขมันในร่างกาย หรือระบบภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นต้น ให้ร่างกายในแต่ละวันของเราทำงานตรงเวลา หากเราใช้ชีวิตที่สวนทางกับตารางเวลานาฬิกาชีวิต 24 ชั่วโมงหรือบางคนอาจเรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ ระบบต่าง ๆ ในร่างกายของเราก็จะแปรปรวนและทำงานผิดปกติ ทำให้เราเผชิญกับโรคร้ายต่าง ๆ ได้มากขึ้น

ตารางนาฬิกาชีวิต 24 ชั่วโมง


01.00-03.00 น ช่วงเวลาทำงานของตับ นอนหลับดีที่สุด


ตับ ทำหน้าที่สะสมสารอาหารและกำจัดสารพิษ การนอนหลับให้สนิท ช่วยส่งเสริมการทำงาน ของตับ เวลานี้ไม่เหมาะที่จะทานอาหาร เพราะทำให้ตับทำงานหนักและเกิดสารพิษตกค้างในตับได้

03.00-05.00 น. ช่วงเวลาทำงานของปอด ตื่นเช้าขึ้นมาสูดอากาศสดชื่น

ปอด ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซ ช่วยในการหายใน การตื่นมาสูดอากาศที่ดียามเช้า ทำให้ปอดฟอกเลือดได้อย่างเต็มที่

05.00-07.00 น. ช่วงเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ ต้องไปขับถ่าย

ลำไส้ใหญ่ ทำหน้าที่ ดูดซึมสารอาหาร กำจัดกากของเสียและสารพิษจากลำไส้เล็ก ช่วงเวลานี้ของเสียจะถูกขับออกจากร่างกายได้ดีที่สุด และเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายสำหรับเช้าวันใหม่ อาจมีการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ (Streching) เช่น การเล่นโยคะท่าพื้นฐาน

07.00-09.00 น. ช่วงเวลาทำงานของกระเพาะอาหาร ข้าวเช้าสำคัญตรงนี้

กระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ ผลิตน้ำย่อยซึ่งเป็นกรด ในการย่อยอาหาร เมื่อย่อยสารอาหารต่างๆได้ดี ร่างกายก็ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน นี่เป็นช่วงนาฬิกาชีวิตที่สำคัญที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ดีที่มีประโยชน์เพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่แข็งแรง

09.00-11.00 น. ช่วงเวลาทำงานของม้าม ทำงานกันเถอะ

ม้าม ทำหน้าที่ ในการควบคุมปริมาณของเลือดในร่างกายให้คงที่ นอกจากนี้ม้ามยังสร้างแอนติบอดีในการต่อต้านเชื้อโรค ช่วงเวลานี้แนะนำว่าไม่ควรจะทานอาหาร หรือ นอนหลับ เพราะจะให้ม้ามอ่อนแอและทำงานได้ไม่ดี

11.00-13.00 น. ช่วงเวลาทำงานของหัวใจ เบาๆผ่อนคลาย

หัวใจ ทำหน้าที่ สูบเลือดสู่หลอดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในช่วงเวลานาฬิกาชีวิตนี้ควรเลี่ยงให้หัวใจทำงานหนักจนเกินไป

13.00-15.00 น. ช่วงเวลาทำงานของลำไส้เล็ก งดกินช่วงนี้ สมองแล่น

ลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ ดูดซึมสารอาหาร เพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ เวลานี้ควรละเว้นไม่ทานอาหารทุกชนิด เพื่อให้ลำไส้เล็กทำงานได้เต็มที่ ส่งผลดีต่อการทำงานของสมองซีกขวา

17.00-19.00 ช่วงเวลาทำงานของไต สดชื่น แจ่มใส ไม่อยู่นิ่ง

ไต ทำหน้าที่ กรองน้ำและของเสียออกจากร่างกาย เป็นเวลาที่ไม่ควรเข้านอน เพราะไตจะทำงานหนัก ควรหากิจกรรมทำไม่ปล่อยร่างกายให้อยู่นิ่ง อย่างการออกกำลังกายแบบ Cardio เช่น วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า เดินบนเครื่องเดินวงรีไฟฟ้า ปั่นจักรยานไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความดันโลหิต ทำให้ร่างกายสดชื่น เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

19.00-21.00 ช่วงเวลาทำงานของเยื่อหุ้มหัวใจ ทำสมาธิ ผ่อนคลาย

เยื่อหุ้มหัวใจ ทำหน้าที่ ป้องกันแรงเสียดสีระหว่างหัวใจกับอวัยวะใกล้เคียง ควรหากิจกรรมสบายๆทำ หลังจากที่ใช้ร่างกายมาทั้งวันควรยืดคลายกล้ามเนื้อ (Stretching) เช่น การเล่นโยคะ การเล่นพิลาทิส

21.00-23.00 น. ช่วงเวลาทำงานของอุณหภูมิในร่างกาย ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น

ในเวลานี้ร่างกายต้องการความอบอุ่น จึงไม่ควรอาบน้ำเย็น เหมาะแก่การพักผ่อน หรืออาจจะทำการนวดผ่อนคลายเบา ๆ เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือดที่ดีและลดความเครียดก่อนเข้านอนด้วยเก้าอี้นวดไฟฟ้าที่บ้าน

23.00-01.00 น. ช่วงเวลาทำงานของถุงน้ำดี ดื่มน้ำก่อนนอน

ถุงน้ำดี ทำหน้าที่ กักเก็บน้ำดี เพื่อย่อยไขมัน แต่หากถุงน้ำดีเข้มข้นเกินไป จะอาจทำเหงือกบวม ปวดฟัน ส่งผลต่อนอนหลับ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำเปล่าเข้าไปเจือจาง

เมื่อเราตั้งใจใช้ชีวิตตามนาฬิกาชีวิตที่ดีแล้ว เราก็จะมีร่างกายแข็งแรงขึ้นส่งผลให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน นอกจากการทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แต่สิ่งที่หลายคนยังละเลย คือการออกกำลังกายให้เหมาะสมและหลายหลากประเภททั้งแบบ Cardio, Strength, Stretching, Boxing, Dancing แต่ทุกอย่างต้องทำให้พอดีไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะการมีชีวิตอยู่ให้ยืนยาวต้องควบคู่กับการมีสุขภาพที่ดีด้วยถึงจะมีความสุข

← โพสต์เก่า โพสต์ใหม่กว่า →

บทความ

RSS
BowFlex SelectTech 52 ดีไหม? เช็กจุดเด่นก่อนซื้อดัมเบลปรับน้ำหนักไว้ใช้ที่บ้าน
BowFlex 552i BowFlex SelectTech 52 BowFlex SelectTech 52 ดีไหม Johnson BowFlex ซื้อดัมเบลที่ไหนดี ดัมเบล BowFlex ราคา ดัมเบลคู่เดียวเล่นได้ทั้งตัว ดัมเบลประหยัดพื้นที่ ดัมเบลปรับน้ำหนัก ดัมเบลปรับน้ำหนัก 24 กก ดัมเบลปรับน้ำหนัก BowFlex ดัมเบลปรับน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ดัมเบลปรับน้ำหนัก ราคา ดัมเบลปรับน้ำหนักใช้ที่บ้าน ดัมเบลสร้างกล้ามที่บ้าน ดัมเบลสำหรับ Home Gym ดัมเบลสำหรับคอนโด ดัมเบลสำหรับผู้ชาย ดัมเบลสำหรับผู้หญิง ดัมเบลสำหรับมือใหม่ ดัมเบลเล่นเวทที่บ้าน อุปกรณ์ Home Gym เครื่องสร้างกล้ามเนื้อใช้ที่บ้าน

BowFlex SelectTech 52 ดีไหม? เช็กจุดเด่นก่อนซื้อดัมเบลปรับน้ำหนักไว้ใช้ที่บ้าน

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

BowFlex SelectTech 52 เป็นดัมเบลปรับน้ำหนักที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสร้างมุมเวทเทรนนิ่งไว้ที่บ้าน เพราะช่วยแทนดัมเบลหลายคู่ในอุปกรณ์เดียว ประหยัดพื้นที่ ใช้งานง่าย และปรับน้ำหนักได้ตามระดับความแข็งแรงของผู้ใช้ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จุดเด่นคือสามารถปรับน้ำหนักได้ประมาณ 2–24 กก. ต่อข้าง พร้อมระบบหมุนเลือกน้ำหนักอัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนน้ำหนักได้รวดเร็วกว่าใช้ดัมเบลหลายคู่แยกกัน เหมาะกับการฝึกแขน ไหล่ อก หลัง ขา และแกนกลางลำตัว หากคุณมีพื้นที่จำกัดแต่อยากได้อุปกรณ์เวทที่ใช้ได้หลากหลาย ดัมเบล BowFlex SelectTech 52...

อ่านเพิ่มเติม
ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกเกินไป คุ้มจริงไหม? เทียบให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ
ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson ลู่วิ่งไฟฟ้า ซื้อที่ไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้า ราคา ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพดี ลู่วิ่งไฟฟ้าคุ้มค่า ลู่วิ่งไฟฟ้ามอเตอร์แรง ลู่วิ่งไฟฟ้าระบบกันกระแทก ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูก ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกดีไหม ลู่วิ่งไฟฟ้าสายพานกว้าง ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับคอนโด ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับมือใหม่ ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับลดน้ำหนัก ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับวิ่งที่บ้าน ลู่วิ่งไฟฟ้าโครงสร้างแข็งแรง ลู่วิ่งไฟฟ้าใช้ในบ้าน เครื่องวิ่งออกกำลังกายที่บ้าน เครื่องวิ่งไฟฟ้าราคาถูก เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างไร

ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกเกินไป คุ้มจริงไหม? เทียบให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกดูเหมือนคุ้มในตอนซื้อ เพราะจ่ายน้อยกว่าและเริ่มออกกำลังกายที่บ้านได้ทันที แต่หากสเปกไม่เหมาะกับการใช้งานจริง เช่น มอเตอร์เล็กเกินไป สายพานแคบ โครงสร้างไม่มั่นคง ระบบกันกระแทกไม่ดี หรือไม่มีบริการหลังการขาย ก็มีโอกาสกลายเป็น “ไม่คุ้ม” ในระยะยาว เพราะใช้งานแล้วไม่มั่นใจ เสียงดัง เครื่องสั่น ซ่อมยาก หรือเลิกใช้ไปในที่สุด ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพดีจึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ออกกำลังกายจริงทุกวัน ต้องการความปลอดภัย ความทนทาน และประสบการณ์การวิ่งที่ดีกว่า โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้สูงอายุ คนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือครอบครัวที่ใช้งานร่วมกัน...

อ่านเพิ่มเติม