แดดแรง ฝนตก ฝุ่นหนา… ไม่ว่าฟ้าฝนจะเล่นใหญ่แค่ไหน “สุขภาพดี” ก็ไม่ควรหยุดตามสภาพอากาศ สำหรับสายฟิตในเมืองไทย การออกกำลังกายกลางแจ้งอาจต้องเจอทั้งอากาศร้อนจัด ฝนเทลงมาไม่บอกล่วงหน้า หรือค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงจนเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่ข่าวดีคือ ถ้าเราเข้าใจสภาพอากาศไทยและปรับวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสม เลือกใช้พื้นที่ในอาคารหรือโฮมฟิตเนสให้เป็น เราก็ฟิตได้ทุกวันแบบปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ออกกำลังกายในร่มที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า จักรยานออกกำลังกาย หรือเครื่องเดินวงรี จาก Johnson Fitness and Wellness ที่ช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ยาว ๆ ไม่ต้องกลัวแดด ฝน หรือฝุ่นอีกต่อไป
สรุปข้อมูลสำคัญ
-
ปัญหาหลักของสายฟิตในไทย: แดดแรง อากาศร้อนจัด ฝนตกบ่อย ฝุ่น PM 2.5 สูง
-
ความเสี่ยงสุขภาพ: ขาดน้ำ ฮีทสโตรก โรคทางเดินหายใจ อุบัติเหตุจากพื้นลื่น
-
หลักการออกกำลังกายปลอดภัย: ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่งกายให้เหมาะ วอร์มอัพทุกครั้ง เช็กสภาพอากาศและค่าฝุ่น
-
วันที่ฝนตกหรือฝุ่นหนา: แนะนำให้ออกกำลังกายในร่มหรือที่บ้านแทนกลางแจ้ง
-
โซลูชันสำหรับคนไม่มีเวลาออกกำลังกายข้างนอก: เปลี่ยนบ้านเป็นโฮมฟิตเนสด้วยอุปกรณ์จาก Johnson Fitness and Wellness
สภาพอากาศเมืองไทยกับความท้าทายของคนชอบออกกำลังกาย

เมืองไทยต้องเจอทั้งอากาศร้อนจัด ฝนเทแบบไม่ทันตั้งตัว และค่าฝุ่น PM 2.5 ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ จนทำให้สายฟิตวางแผนออกกำลังกายยากกว่าที่คิด แต่ละสภาพอากาศมีความเสี่ยงต่อร่างกายต่างกันออกไป มาดูกันว่าอากาศร้อน ฝุ่นหนา และฝนตกส่งผลต่อการออกกำลังกายอย่างไร และควรระวังเรื่องไหนเป็นพิเศษในหัวข้อย่อยต่อไปนี้
อากาศร้อนจัด เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียน้ำเร็วกว่าปกติ
อากาศร้อนแบบไทย ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นเร็ว เมื่อเราออกกำลังกายกลางแจ้ง ร่างกายจะขับเหงื่อมากเพื่อลดความร้อน ส่งผลให้สูญเสียน้ำและเกลือแร่เร็วกว่าปกติ หากดื่มน้ำน้อยหรือพักไม่พอ อาจเกิดภาวะขาดน้ำ เวียนหัว อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อเป็นตะคริว หรือเสี่ยงฮีทสโตรกได้ง่าย การเลือกเวลาออกกำลังกายตอนเช้าตรู่หรือช่วงเย็น แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าบาง ระบายอากาศดี และเตรียมน้ำดื่มให้พร้อม จึงเป็นเรื่องจำเป็น และหากรู้สึกไม่สบาย หรือหัวใจเต้นแรงผิดปกติ ควรหยุดพักทันทีเพื่อความปลอดภัย
ฝุ่น PM 2.5 ทำให้เสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะคนวิ่งกลางแจ้ง
ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นขนาดเล็กที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจลึกถึงถุงลมปอดได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาที่เราออกกำลังกายหนัก ๆ เช่น วิ่ง หรือปั่นจักรยานนอกบ้าน เพราะร่างกายจะหายใจถี่และลึกขึ้น ทำให้รับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผลระยะยาวอาจส่งผลต่อปอด หลอดลม และระบบหัวใจและหลอดเลือด คนที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดจะยิ่งเสี่ยงมาก การเช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง จึงเป็นเรื่องสำคัญ และควรเลือกเปลี่ยนมาออกกำลังกายในร่มในวันที่ฝุ่นหนา เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ
ฝนตกและความชื้นสูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการลื่นล้มและป่วยง่าย
ฤดูฝนของไทยมักมาพร้อมถนนลื่น พื้นเปียก และความชื้นสูง ซึ่งเป็นความท้าทายของสายวิ่ง สายปั่น และคนที่ชอบออกกำลังกายกลางสวนหรือบนลู่วิ่งกลางแจ้ง พื้นเปียกสะสมทำให้เสี่ยงต่อการลื่นล้ม ข้อเท้าพลิก หรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การเดินทางไป–กลับขณะฝนตก เสื้อผ้าและรองเท้าเปียกนาน ๆ ยังทำให้ร่างกายเย็นลง มีโอกาสเป็นหวัดหรือเจ็บคอได้ง่าย การเตรียมเสื้อกันฝน รองเท้าที่เกาะพื้นดี และเปลี่ยนชุดให้แห้งทันทีเมื่อกลับถึงบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ หรือหากไม่สะดวกออกข้างนอก การออกกำลังกายในบ้านด้วยอุปกรณ์ฟิตเนสจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
อากาศร้อนแบบไทย ๆ กับการดูแลร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกาย
อากาศร้อนทำให้หัวใจและกล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้นกว่าปกติ การดูแลตัวเองให้ดีทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายจึงสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำให้พอ แต่งกายให้เหมาะ หรือใส่ใจเรื่องการยืดกล้ามเนื้อ หากจัดการถูกวิธี เราก็ยังออกกำลังกายในวันที่แดดแรงได้อย่างปลอดภัย มาดูเคล็ดลับทีละข้อในหัวข้อย่อยด้านล่างกัน
ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
ในวันที่อากาศร้อน การดื่มน้ำให้เพียงพอทั้งก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ช่วงก่อนเริ่ม ควรจิบน้ำล่วงหน้าประมาณ 15–30 นาที เพื่อให้ร่างกายพร้อม แต่ไม่ควรดื่มรวดเดียวในปริมาณมาก ระหว่างออกกำลังกายควรจิบน้ำทีละน้อยเป็นระยะ โดยสังเกตสีปัสสาวะให้เป็นสีเหลืองอ่อน ซึ่งเป็นสัญญาณของการได้รับน้ำเพียงพอ หากออกกำลังกายนานหรือเหงื่อออกมาก อาจพิจารณาเครื่องดื่มเกลือแร่ในปริมาณเหมาะสมเพื่อชดเชยเกลือแร่ที่เสียไป หลังออกกำลังกายควรดื่มน้ำต่อเนื่อง และหลีกเลี่ยงน้ำหวานจัดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศดีและซับเหงื่อได้
เสื้อผ้าที่เหมาะกับการออกกำลังกายในอากาศร้อนควรเป็นเนื้อผ้าที่ระบายอากาศดี แห้งเร็ว และซับเหงื่อได้ดี เช่น ผ้าเส้นใยสังเคราะห์สำหรับกีฬา หรือผ้าฝ้ายผสมที่ไม่หนาเกินไป เนื้อผ้าที่ระบายไม่ดีจะเก็บความร้อนและเหงื่อ ทำให้รู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก และเสี่ยงต่อการเป็นผดผื่นหรือการระคายเคืองผิว เสื้อสีอ่อนยังช่วยสะท้อนแสงแดดมากกว่าสีเข้ม ส่วนกางเกงควรเลือกแบบพอดีตัว ไม่รัดแน่นจนเกินไปเพื่อให้การไหลเวียนเลือดเป็นปกติ หากออกกำลังกายในร่มหรือในโฮมฟิตเนส สามารถเลือกชุดที่สบายคล่องตัวได้มากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องแดดและฝุ่น ช่วยให้โฟกัสกับการออกกำลังกายได้เต็มที่
การยืดกล้ามเนื้อช่วยลดอาการตะคริวจากอากาศร้อน
อากาศร้อนร่วมกับการออกกำลังกายหนักทำให้กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้น เหงื่อออกมาก ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ จึงเกิดอาการตะคริวได้ง่าย การยืดกล้ามเนื้อทั้งก่อนและหลังออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดี ลดโอกาสการหดเกร็งกะทันหัน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา น่อง และต้นขาที่ใช้บ่อยในการวิ่งหรือปั่นจักรยาน ควรยืดค้างอย่างน้อยท่าละ 15–30 วินาที และไม่กระตุกแรง ๆ เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว การคูลดาวน์ด้วยการเดินช้า ๆ ตามด้วยการยืดกล้ามเนื้ออีกครั้ง จะช่วยให้หัวใจและระบบไหลเวียนกลับสู่สภาวะปกติ ลดอาการปวดเมื่อยและช่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น
ออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัยในวันที่ฝนตก
ฝนตกไม่จำเป็นต้องหยุดฟิต แค่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดและปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพอากาศมากขึ้น ทั้งเรื่องรองเท้า เสื้อกันฝน การวอร์มอัพ ไปจนถึงการเปลี่ยนมาออกกำลังกายในร่มในวันที่ถนนลื่นหรือฝนเทแรง หากวางแผนดี ๆ คุณยังดูแลสุขภาพได้ทุกวัน แม้ท้องฟ้าจะไม่เป็นใจ มาลองดูไอเดียและเทคนิคในหัวข้อย่อยต่อไป
เตรียมรองเท้าและเสื้อกันฝนให้เหมาะกับพื้นเปียก
หากคุณยังอยากวิ่งหรือเดินออกกำลังกายกลางแจ้งในวันที่ฝนโปรย ควรให้ความสำคัญกับรองเท้าและเสื้อผ้ามากเป็นพิเศษ รองเท้าออกกำลังกายควรมีพื้นยางที่ยึดเกาะถนนได้ดี เพื่อลดโอกาสลื่นล้ม โดยเฉพาะบนพื้นกระเบื้องหรือพื้นซีเมนต์เปียก การใส่ถุงเท้าซับเหงื่อและแห้งเร็วจะช่วยลดปัญหาเท้าชื้นและการเสียดสี ส่วนเสื้อกันฝนควรเป็นแบบบาง ระบายอากาศได้ดี ไม่อับจนเกินไป เพราะร่างกายยังต้องระบายความร้อนจากการออกกำลังกาย แม้จะเป็นวันที่ฝนตกก็ตาม เมื่อกลับถึงบ้านควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียก และเช็ดตัวให้แห้งเพื่อลดความเสี่ยงการป่วย
วอร์มอัพในที่ร่มก่อนวิ่งกลางแจ้ง
อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเร็วและพื้นถนนที่เปียกทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อเสี่ยงบาดเจ็บได้มากขึ้นในวันที่ฝนตก การวอร์มอัพร่างกายให้พร้อมก่อนออกไปเจอสภาพอากาศจริงจึงสำคัญเป็นพิเศษ คุณสามารถเริ่มด้วยการวอร์มอัพในบ้านหรือในอาคาร เช่น เดินอยู่กับที่ วิ่งเบา ๆ ขยับข้อเท้า เข่า และสะโพกให้คล่องตัว ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาทีก่อนออกไปวิ่งข้างนอก จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เลือดไหลเวียนดี ลดโอกาสข้อพลิกหรือกล้ามเนื้อดึงตัวเกินขีดจำกัด หากรู้สึกเย็นหรือกล้ามเนื้อตึงขณะวิ่ง ควรลดความเร็วหรือหยุดพักทันที
เลือกกิจกรรมเบา ๆ เช่น โยคะ หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่
หากไม่สบายใจจะออกนอกบ้านในวันที่ฝนตก การเปลี่ยนบรรยากาศมาออกกำลังกายในบ้านเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกกว่า คุณสามารถเลือกกิจกรรมที่ใช้พื้นที่ไม่มาก เช่น โยคะ พิลาทิส การออกกำลังกายด้วยน้ำหนักตัว หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่บนเครื่องจักรยานฟิตเนส การปั่นในบ้านช่วยให้คุณควบคุมความหนักเบาและระยะเวลาได้ง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถลื่นหรือฝนสาด นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีในการดูซีรีส์ ฟังเพลง หรือเรียนคลาสออกกำลังกายออนไลน์ควบคู่กันไป ทำให้การออกกำลังกายในวันฝนตกสนุกขึ้นและไม่รู้สึกน่าเบื่อ
ฝุ่น PM 2.5 ศัตรูเงียบของสายฟิต ต้องรับมือยังไงดี
ฝุ่น PM 2.5 เป็นศัตรูเงียบที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อปอดและระบบหายใจโดยตรง โดยเฉพาะเวลาที่เราออกกำลังกายแล้วหายใจแรงขึ้น หากไม่ระวังอาจทำร้ายสุขภาพระยะยาวแบบไม่รู้ตัว แต่ก็ยังมีวิธีบริหารความเสี่ยง ทั้งการเช็กค่าฝุ่น เลือกสวมหน้ากาก และปรับมาออกกำลังกายในร่ม มาดูวิธีรับมือแบบเป็นขั้นตอนในหัวข้อย่อยด้านล่างกัน
เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
ก่อนวางแผนวิ่งตอนเช้า หรือปั่นจักรยานนอกบ้าน ลองเพิ่มอีกหนึ่งขั้นตอนง่าย ๆ คือเปิดแอปหรือเว็บไซต์เช็กค่าฝุ่นในพื้นที่ที่คุณอยู่ หากค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสูงเกินมาตรฐาน ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักกลางแจ้ง เพราะการหายใจเร็วและลึกทำให้รับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านจริง ๆ ควรลดความหนักของกิจกรรมลง หรือปรับเป็นการเดินเบา ๆ และสวมหน้ากากกรองฝุ่นร่วมด้วย แต่ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือการออกกำลังกายในร่ม โดยใช้พื้นที่ในบ้านหรือฟิตเนสที่มีระบบกรองอากาศช่วยลดความเสี่ยง
สวมหน้ากากกรองฝุ่น N95 หากจำเป็นต้องออกกำลังกายข้างนอก
ในวันที่ค่าฝุ่นยังสูงแต่คุณจำเป็นต้องออกนอกบ้าน การสวมหน้ากากกรองฝุ่นมาตรฐาน N95 จะช่วยลดปริมาณฝุ่นที่เข้าสู่ทางเดินหายใจได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายขณะใส่หน้ากากอาจทำให้รู้สึกหายใจลำบากมากขึ้น จึงควรลดความหนักของการออกกำลังกายลง เช่น ปรับจากการวิ่งเร็วเป็นวิ่งเหยาะ หรือเดินเร็วแทน และควรสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิด หากรู้สึกแน่นหน้าอก เวียนหัว หรือหายใจไม่สะดวก ควรหยุดพักทันที ในระยะยาว การมองหาโซลูชันออกกำลังกายในร่มจะปลอดภัยและยั่งยืนต่อสุขภาพปอดมากกว่า
หันมาออกกำลังกายในร่มเพื่อลดความเสี่ยง
การออกกำลังกายในร่มเป็นคำตอบสำคัญสำหรับยุคที่ฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นเรื่องปกติในหลายเมือง คุณสามารถเลือกออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เดินหรือวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ปั่นจักรยานอยู่กับที่ ออกกำลังกายแบบ HIIT หรือเวทเทรนนิงด้วยดัมบ์เบลและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ข้อดีคือสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งอุณหภูมิ ความสะอาดของอากาศ และเวลาออกกำลังกาย ไม่ต้องกังวลเรื่องฝนตกหรือค่าฝุ่นพุ่งสูง ทำให้ไม่หลุดจากเป้าหมายสุขภาพระยะยาว อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่มีครอบครัวหรือเด็กเล็กที่ต้องการดูแลใกล้ชิด
เคล็ดลับเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นโฮมฟิตเนสส่วนตัว
-
เลือกมุมหนึ่งของบ้านหรือคอนโดให้เป็น “โซนออกกำลังกาย” โดยจัดให้โล่ง ปลอดภัย และไม่มีของเกะกะ
-
ให้ความสำคัญกับพื้น เช่น ปูแผ่นยางรองพื้นหรือโยคะแมต เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทกและลดเสียงรบกวน
-
วางแผนเป้าหมายสุขภาพก่อนเลือกอุปกรณ์ เช่น
-
สายคาร์ดิโอ: ลู่วิ่งไฟฟ้า หรือจักรยานออกกำลังกาย
-
สายเวท: ดัมบ์เบล เบาะซิทอัพ ยางยืดออกกำลังกาย
-
จัดแสงสว่างและการระบายอากาศให้ดี อาจตั้งใกล้หน้าต่างหรือใช้พัดลม/เครื่องฟอกอากาศร่วมด้วย
-
เพิ่มแรงบันดาลใจด้วยการติดกระจกเล็ก ๆ เปิดเพลง หรือเปิดคลาสออกกำลังกายออนไลน์
-
กำหนดเวลาออกกำลังกายประจำทุกวัน เพื่อให้โฮมฟิตเนสกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่มุมวางอุปกรณ์
ฟิตสบายทุกวัน ไม่กลัวแดดหรือฝน ด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายจาก Johnson Fitness and Wellness

สำหรับคนที่อยากฟิตแบบจริงจัง และต้องการโซลูชันที่เชื่อถือได้ในระยะยาว อุปกรณ์ออกกำลังกายคุณภาพจาก Johnson Fitness and Wellness คือคู่หูสำคัญของการสร้างโฮมฟิตเนสที่ตอบโจทย์สภาพอากาศไทย ลู่วิ่งไฟฟ้า จักรยานออกกำลังกาย และเครื่องเดินวงรีของ Johnson Fitness and Wellness ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานต่อเนื่อง ควบคุมความหนักเบาได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยในร่ม ไม่ต้องเสี่ยงแดดจัด ฝนตก หรือฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ ยังเหมาะกับทุกคนในครอบครัว ทั้งผู้เริ่มต้นและสายฟิตที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกซ้อม ให้คุณมีอิสระในการออกกำลังกายทุกวันตามสไตล์ของตัวเอง
สั่งซื้อเครื่องออกกำลังกายออนไลน์ คลิกเลย!! ติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com
ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Fitness and Wellness Thailand ได้ที่
Facebook: Johnson Health Tech Thailand
Instagram johnsonfitnessth
Line: Johnson Health TH
YouTube: Johnson Health Tech Thailand
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออกกำลังกายในสภาพอากาศเมืองไทย
Q1: วันฝนตกควรหยุดออกกำลังกายไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องหยุด แค่เปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายให้เหมาะกับสภาพอากาศ ในวันที่ฝนตกสามารถเปลี่ยนมาออกกำลังกายในบ้าน เช่น โยคะ เวทเทรนนิง หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่บนเครื่องฟิตเนส การออกกำลังกายในร่มช่วยลดความเสี่ยงจากพื้นลื่น การตากฝนนาน ๆ และยังรักษาวินัยการออกกำลังกายได้ต่อเนื่อง
Q2: ออกกำลังกายในบ้านได้ผลเท่ากับไปฟิตเนสหรือวิ่งข้างนอกไหม?
A: ได้ผลใกล้เคียงกันเลย หากเลือกชนิดการออกกำลังกายและความหนักที่เหมาะสม อุปกรณ์อย่างลู่วิ่งไฟฟ้า จักรยานออกกำลังกาย หรืออีลิปติคอลจาก Johnson Fitness and Wellness ถูกออกแบบให้เลียนแบบการเคลื่อนไหวกลางแจ้ง พร้อมระบบปรับความหนัก ทำให้คุณเผาผลาญแคลอรีและฝึกกล้ามเนื้อได้เต็มที่แม้อยู่ที่บ้าน
Q3: ถ้าอยู่คอนโดพื้นที่น้อย จะจัดโฮมฟิตเนสได้ไหม?
A: ทำได้แน่นอน เพียงเลือกอุปกรณ์ที่ไม่กินพื้นที่มาก เช่น ลู่วิ่งขนาดกะทัดรัด จักรยานออกกำลังกายแบบตั้งพื้น หรืออุปกรณ์เวทชิ้นเล็กอย่างดัมบ์เบลและยางยืด Johnson Fitness and Wellness มีตัวเลือกอุปกรณ์สำหรับใช้ในบ้านและคอนโดหลากหลายรุ่น ช่วยให้ตั้งโซนออกกำลังกายเล็ก ๆ แต่ใช้งานได้จริง
Q4: อุปกรณ์ออกกำลังกายจาก Johnson Fitness and Wellness เหมาะกับใคร?
A: เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นดูแลสุขภาพ คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ไปจนถึงสายฟิตที่ต้องการฝึกจริงจัง จุดเด่นคือปรับความหนักได้หลายระดับ ทนทาน ใช้งานต่อเนื่องได้ดี และเหมาะกับการออกกำลังกายในร่มสำหรับสภาพอากาศเมืองไทยที่มีทั้งแดดแรง ฝนตก และฝุ่น PM 2.5 ทำให้คุณออกกำลังกายได้อย่างสบายใจในทุกวัน