What is RPE? Understanding the Rate of Perceived Exertion

What is RPE? Understanding the Rate of Perceived Exertion

Posted by MAM AGENCY on

RPE คือ การประเมินระดับการรับรู้การออกแรงของร่างกาย ซึ่งย่อมาจาก Rating of Perceived Exertion เป็นหนึ่งในวิธีวัดระดับการออกแรงในการออกกำลังกาย ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไร แต่อาศัยความรู้สึกในการรับรู้การออกแรงของร่างกาย แล้วประเมินค่าออกมาเป็นตัวเลขตั้งแต่ 6-20 เอามาเทียบกับตาราง Borg Rating of Perceived Exertion scale หรือ Borg scale ซึ่งเป็นตารางค่ามาตรฐานที่นิยมใช้กัน โดยที่ระดับ 6 หมายถึง “ไม่มีการออกแรงเลย” ส่วน ระดับ 20 หมายถึง “รับรู้การออกแรงได้ในระดับสูงสุด”

วิธีวัดค่า RPE

หลังจากวอร์มอัพด้วยการออกแรงระดับเบา ๆ แล้ว ก็ให้เริ่มออกกำลังกายต่อตามปกติ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีให้ประเมินระดับคะแนนการรับรู้การออกแรง (RPE) ของร่างกายตัวเอง อ้างอิงกับความรู้สึกในตารางโดยประเมินจากความรู้สึกทางกายภาพ ได้แก่ อัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้น อัตราการหายใจที่เพิ่มขึ้น การขับเหงื่อเพิ่มขึ้น และความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ

ระดับความเข้มข้นจาก RPE scale

การประเมินระดับความเข้มข้นในการออกกำลังกายจาก RPE scale แบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

  • ค่าระดับ RPE 6-11 หมายถึง การออกกำลังกายในระดับ ความเข้มข้น “ต่ำ”
  • ค่าระดับ RPE 12-16 หมายถึง การออกกำลังกายในระดับความเข้มข้น “ปานกลาง”
  • ค่าระดับ RPE 17-20 หมายถึง การออกกำลังกายในระดับความเข้มข้น “สูง”
What is RPE? Understanding the Rate of Perceived Exertion

 หากคะแนนต่ำกว่า 12 RPE ให้เพิ่มระดับความเข้มข้น ด้วยการเพิ่มความเร็ว เพิ่มความต้านทาน หรือเพิ่มระยะเวลาในการออกกำลังกายให้นานขึ้น แต่ถ้ารู้สึกว่าการออกแรงอยู่ในระดับ 19 RPE ก็ควรชะลอความเร็ว หรือลดแรงต้านทานลง จนกว่าร่างกายจะรู้สึกว่ากลับมาอยู่ในระดับความเข้มข้นปานกลาง ซึ่งเป็นระดับที่กำลังพอดีโดยที่ร่างกายไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อยล้าจนเกินไป หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม RPE scale จึงเริ่มต้นที่ 6 นั่นเป็นเพราะเมื่อเราประเมินการระดับการออกกำลังกายของเราแล้ว ให้นำไปคูณ 10 แล้วจะเท่ากับกับอัตราการเต้นหัวใจแบบปกติ เช่นหากประเมินการออกกำลังกายของตนเองอยู่ที่ 6*10 = 60 ซึ่งเป็นการออกกำลังกายในระดับความเข้มข้นต่ำ แต่แน่นอนว่าการประเมินด้วยตนเองแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์มากนัก ปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่สามารถบอกอัตราการเต้นของหัวใจได้ เช่น สมาร์ทวอทที่คุณไม่ต้องนั่งคำนวณเองว่าการออกกำลังกายของคุณอยู่ในระดับใด ทำให้สะดวกและเป็นประโยชน์มากขึ้น

การออกกำลังกายแบบ HIIT กับค่า RPE

คนส่วนมากมักตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งกับสุขภาพและจิตใจ แน่นอนว่าการที่จะบรรลุเป้าหมายได้นั้นต้องตั้งใจออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหรือจำเป็นต้องออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เห็นผลได้ดี คือ การออกกำลังกายแบบ HIIT ที่เป็นการออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา วิธีนี้จะช่วยให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น 85-90% อีกทั้งยังช่วยรีดไขมันและช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกกำลังกายเสร็จสิ้นไปนานแล้ว การออกกำลังกายแบบนี้จะมีความคล้ายคลึงกับการประเมินระดับการออกแรงอย่าง RPE เพราะคุณต้องเป็นคนกำหนดโปรแกรมเองว่าจะออกกำลังกายอะไรและต่อด้วยอะไร ดังนั้นการมีโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการออกกำลังกาย แบบ HIIT อย่าง Sprint 8 บนลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้คุณบรรลุเป้าหมายของการมีรูปร่างในฝันดั่งที่ตั้งใจเอาไว้ได้

← Older Post Newer Post →

Blog

RSS
กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? เริ่มดูแลกล้ามเนื้อก่อนอายุมากขึ้น
Sarcopenia Sarcopenia คือ Strength Training กล้ามเนื้อน้อย กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม กล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อลดลงตามวัย ประโยชน์ของการเล่นเวท ผู้สูงอายุกล้ามเนื้อน้อย ผู้สูงอายุเล่นเวท ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย มวลกล้ามเนื้อน้อย มวลกล้ามเนื้อลดลง วิธีรักษามวลกล้ามเนื้อ วิธีเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ สร้างกล้ามเนื้อผู้สูงอายุ สร้างกล้ามเนื้อวัย 40 ออกกำลังกายรักษามวลกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อ อายุ 50 เล่นเวท อายุเยอะกล้ามเนื้อลดลง เล่นเวทกี่ครั้งต่อสัปดาห์ เล่นเวทผู้สูงอายุ เล่นเวทวัย 40 เวทเทรนนิ่ง

กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? เริ่มดูแลกล้ามเนื้อก่อนอายุมากขึ้น

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? หากมวลกล้ามเนื้อลดลงเพียงเล็กน้อย อาจยังไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน แต่เมื่อสูญเสียทั้งมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงมากขึ้น อาจทำให้เดินช้าลง ลุกนั่งลำบาก ทรงตัวไม่ดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ในบางคนอาจพัฒนาไปสู่ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือ Sarcopenia แม้การสูญเสียกล้ามเนื้อจะพบได้มากขึ้นตามวัย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรอให้อายุมากก่อนจึงค่อยเริ่มดูแล เพราะการรักษามวลกล้ามเนื้อควรเริ่มตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะ เคลื่อนไหวน้อย หรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ การดูแลกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้จะช่วยสร้าง “ความแข็งแรง” ให้ร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นจึงมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ทรงตัวได้มั่นคง และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม...

Read more
อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน เพื่อรักษากล้ามเนื้อและสุขภาพหัวใจ
Cardio Exercise Strength Training การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ คนอายุ 40 ออกกำลังกาย คาร์ดิโอวัย 40 ตารางออกกำลังกายวัย 40 วัย 40 ออกกำลังกายอย่างไร สร้างกล้ามเนื้อวัย 40 ออกกำลังกายรักษากล้ามเนื้อ ออกกำลังกายลดพุงวัย 40 ออกกำลังกายวัย 40 ออกกำลังกายสำหรับคนวัย 40 ออกกำลังกายหลัง 40 ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจ อายุ 40 ควรออกกำลังกายกี่นาที อายุ 40 ควรออกกำลังกายกี่วัน อายุ 40 ควรออกกำลังกายแบบไหน อายุ 40 เล่นเวทได้ไหม เวทเทรนนิ่งวัย 40 โปรแกรมออกกำลังกายวัย 40

อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน เพื่อรักษากล้ามเนื้อและสุขภาพหัวใจ

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน? แนวทางที่เหมาะสมคือการออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้ง Cardio Exercise, Strength Training, Flexibility Exercise และ Balance Exercise เพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ รักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะ Cardio และ Strength Training ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ สำหรับผู้ใหญ่ควรทำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางประมาณ...

Read more