จิบยังไงไม่จุก : คู่มือดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกาย

จิบยังไงไม่จุก : คู่มือดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกาย

โพสต์โดย Johnson FitnessTH เมื่อ

การดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายที่ถูกวิธีไม่ใช่การ “ดื่มให้เยอะ” แต่คือการ “จิบให้ถูกจังหวะ” เพื่อช่วยรักษาสมรรถภาพ ลดอาการจุก แน่นท้อง และป้องกันภาวะขาดน้ำ การจิบทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ เลือกอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม และปรับปริมาณตามประเภทการออกกำลังกาย จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มที่ ออกกำลังกายได้นานขึ้น และฟื้นตัวได้ดีกว่า

สรุปข้อมูลสำคัญ

  • ควรจิบน้ำระหว่างออกกำลังกาย ทุก 10–15 นาที

  • ปริมาณที่เหมาะสมต่อครั้ง ประมาณ 2–3 อึก (100–150 มล.)

  • อุณหภูมิน้ำแนะนำ เย็นเล็กน้อย ไม่เย็นจัด

  • ออกกำลังกายเกิน 60 นาที อาจพิจารณาเครื่องดื่มเกลือแร่

  • สัญญาณดื่มน้ำผิดวิธี จุก แน่น คลื่นไส้ เวียนหัว

ทำไมการดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายจึงสำคัญ

ทำไมการดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายจึงสำคัญ

หลายคนโฟกัสแค่ท่าออกกำลังกาย แต่ลืมไปว่าน้ำคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพลัง ความอึด และความปลอดภัยของร่างกาย มาดูกันว่าน้ำมีบทบาทมากแค่ไหนระหว่างที่คุณกำลังขยับร่างกาย

น้ำมีผลต่อสมรรถภาพร่างกายอย่างไร

น้ำมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย หล่อลื่นข้อต่อ และช่วยลำเลียงออกซิเจนกับสารอาหารไปยังกล้ามเนื้อ ระหว่างออกกำลังกาย ร่างกายสูญเสียน้ำจากเหงื่อ หากไม่เติมน้ำอย่างเหมาะสม สมรรถภาพจะลดลงอย่างชัดเจน เช่น เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือหัวใจทำงานหนักขึ้น การจิบน้ำสม่ำเสมอช่วยให้ร่างกายรักษาความสมดุล ทำให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น

อาการขาดน้ำที่นักออกกำลังกายมักมองข้าม

  • เหนื่อยเร็วกว่าปกติ ทั้งที่ออกกำลังกายระดับเดิม

  • ปวดศีรษะ มึน ๆ หรือรู้สึกสมองไม่ปลอดโปร่ง

  • สมาธิลดลง โฟกัสท่าทางหรือจังหวะการหายใจได้ไม่ดี

  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึก “แรงตก” ระหว่างเซตหรือช่วงท้าย

  • ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ทั้งที่ไม่ได้เพิ่มความหนัก

  • ปากแห้ง ลิ้นแห้ง แต่ยังไม่รู้สึกกระหายน้ำ

  • เป็นตะคริวง่าย โดยเฉพาะช่วงออกกำลังกายนานหรืออากาศร้อน

ดื่มน้ำน้อย vs ดื่มมากเกินไป ส่งผลต่างกันอย่างไร

การดื่มน้ำน้อยเกินไปทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ส่งผลต่อความทนทานและเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ แต่การดื่มมากเกินไปในช่วงสั้น ๆ ก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะอาจทำให้แน่นท้อง จุก หรือเกิดภาวะน้ำเกินในร่างกาย ทางที่ดีที่สุดคือ “ดื่มพอดีและสม่ำเสมอ” ด้วยการจิบแทนการดื่มรวดเดียว

ดื่มน้ำยังไงถึง “ไม่จุก” ระหว่างออกกำลังกาย

อาการจุก แน่นท้อง ไม่ได้เกิดจากน้ำอย่างเดียว แต่เกิดจาก “วิธีดื่ม” ด้วย หากปรับแค่นิดเดียว การดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายจะสบายขึ้นกว่าที่คิด

ควรจิบครั้งละเท่าไหร่

ปริมาณที่เหมาะสมคือประมาณ 2–3 อึก หรือราว 100–150 มิลลิลิตรต่อครั้ง การจิบทีละน้อยช่วยให้กระเพาะไม่รับภาระหนักเกินไป และร่างกายสามารถดูดซึมน้ำได้ดี ลดโอกาสเกิดอาการจุกหรือแน่นท้อง

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดื่มน้ำ

แนะนำให้จิบน้ำทุก 10–15 นาที โดยไม่ต้องรอให้กระหายจัด โดยเฉพาะในการออกกำลังกายต่อเนื่อง เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง หรือปั่นจักรยาน การตั้งขวดน้ำไว้ใกล้ตัวจะช่วยให้ไม่ลืมดื่ม

อุณหภูมิน้ำมีผลต่ออาการจุกหรือไม่

น้ำที่เย็นจัดอาจกระตุ้นให้กระเพาะหดตัว ทำให้เกิดอาการจุกได้ง่าย ควรเลือกน้ำอุณหภูมิเย็นเล็กน้อยหรืออุณหภูมิห้อง จะช่วยให้ดื่มได้สบายและดูดซึมได้ดีขึ้น

ทำไมการ “จิบ” ดีกว่าการดื่มรวดเดียว

การดื่มรวดเดียวในปริมาณมากทำให้กระเพาะขยายตัวเร็ว เลือดไหลไปที่ระบบย่อยอาหารมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกแน่น อึดอัด และสมรรถภาพลดลง การจิบช่วยให้ระบบไหลเวียนยังโฟกัสที่กล้ามเนื้อได้เต็มที่

ก่อน–ระหว่าง–หลังออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำต่างกันอย่างไร

ก่อน–ระหว่าง–หลังออกกำลังกาย ควรดื่มน้ำต่างกันอย่างไร

การดื่มน้ำให้ถูกจังหวะในแต่ละช่วง ช่วยให้ร่างกายพร้อมใช้งาน ฟื้นตัวไว และลดความเสี่ยงอาการอ่อนล้า มาดูวิธีแบ่งการดื่มน้ำให้เหมาะในแต่ละช่วงกัน

ควรดื่มน้ำก่อนออกกำลังกายกี่นาที

ควรดื่มน้ำประมาณ 300–500 มิลลิลิตร ก่อนออกกำลังกาย 30–60 นาที เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม ไม่ควรดื่มปริมาณมากทันทีใกล้เริ่มออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้แน่นท้อง

ปริมาณน้ำที่เหมาะสมระหว่างออกกำลังกาย

ระหว่างออกกำลังกายควรจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอ ทุก 10–15 นาที โดยปรับตามความหนัก ระยะเวลา และปริมาณเหงื่อที่ออก หากออกกำลังกายเกิน 1 ชั่วโมง อาจเพิ่มปริมาณเล็กน้อย

การดื่มน้ำหลังออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

หลังออกกำลังกายควรดื่มน้ำเพื่อทดแทนที่เสียไป โดยสังเกตสีปัสสาวะเป็นตัวช่วย หากสีอ่อนแสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ อาจเสริมด้วยอาหารที่มีน้ำและเกลือแร่ตามธรรมชาติ

ออกกำลังกายแต่ละประเภท ควรดื่มน้ำแบบไหน

ไม่ใช่การออกกำลังกายทุกแบบจะต้องดื่มน้ำเหมือนกัน ความหนัก ระยะเวลา และเหงื่อที่ออก ล้วนมีผลต่อวิธีดื่มน้ำที่เหมาะสม

คาร์ดิโอ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน

คาร์ดิโอทำให้สูญเสียน้ำผ่านเหงื่อมาก ควรจิบน้ำสม่ำเสมอ และเตรียมขวดน้ำให้หยิบง่าย โดยเฉพาะการวิ่งหรือปั่นเกิน 45 นาที

เวทเทรนนิ่ง

เวทเทรนนิ่งเหงื่อไม่ออกต่อเนื่อง แต่ร่างกายยังต้องการน้ำ ควรจิบน้ำระหว่างพักเซต เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดีและลดอาการล้า

ออกกำลังกายหนักหรือเหงื่อออกมาก

กรณี HIIT หรือคลาสที่ใช้แรงสูง อาจพิจารณาเครื่องดื่มที่มีเกลือแร่เล็กน้อย เพื่อชดเชยโซเดียมที่สูญเสียไปกับเหงื่อ

น้ำเปล่า vs เครื่องดื่มเกลือแร่ เลือกแบบไหนดี

สำหรับการออกกำลังกายทั่วไปไม่เกิน 60 นาที น้ำเปล่าเพียงพอและดีที่สุด แต่หากออกกำลังกายนาน เหงื่อออกมาก หรือในสภาพอากาศร้อน เครื่องดื่มเกลือแร่ที่น้ำตาลไม่สูงเกินไปสามารถช่วยรักษาสมดุลแร่ธาตุและลดอาการอ่อนล้าได้ ควรเลือกให้เหมาะกับระดับกิจกรรม ไม่จำเป็นต้องดื่มเกลือแร่ทุกครั้ง

สัญญาณเตือนว่า “ดื่มน้ำผิดวิธี” ระหว่างออกกำลังกาย

  • อาการจุก แน่นท้อง หรืออึดอัดขณะเคลื่อนไหว มักเกิดจากการดื่มน้ำในปริมาณมากเกินไปในครั้งเดียว หรือดื่มใกล้ช่วงที่ร่างกายต้องขยับตัวต่อเนื่อง ทำให้กระเพาะรับภาระหนักและเกิดความไม่สบายตัว

  • คลื่นไส้ อยากอาเจียน โดยเฉพาะหลังดื่มน้ำรวดเดียว เป็นสัญญาณว่าระบบย่อยอาหารกำลังถูกรบกวน ควรเปลี่ยนเป็นการจิบน้ำทีละน้อยแทนการดื่มเร็ว

  • เวียนหัว หน้ามืด หรือรู้สึกแรงตกผิดปกติ อาจเกิดจากการขาดน้ำ หรือดื่มน้ำโดยไม่ชดเชยเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับเหงื่อ

  • เหนื่อยเร็วกว่าปกติ ทั้งที่ความหนักของการออกกำลังกายเท่าเดิม แสดงว่าร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิและการไหลเวียนได้ดีพอจากการดื่มน้ำที่ไม่เหมาะสม

  • สมาธิลดลง คุมจังหวะการหายใจหรือท่าทางได้ยาก มักเกิดในช่วงที่ร่างกายเริ่มขาดน้ำเล็กน้อยแต่ยังไม่รู้สึกกระหายน้ำชัดเจน

  • ปากแห้ง ลิ้นแห้ง แต่ดื่มน้ำแล้วไม่รู้สึกสดชื่น อาจเป็นเพราะดื่มน้ำไม่สม่ำเสมอ หรือดื่มช้าเกินไปเมื่อร่างกายต้องการน้ำแล้ว

  • เป็นตะคริวง่าย หรือกล้ามเนื้อเกร็งระหว่างออกกำลังกาย สะท้อนถึงความไม่สมดุลของน้ำและแร่ธาตุ โดยเฉพาะในคนที่เหงื่อออกมาก

  • ปัสสาวะสีเข้มหลังออกกำลังกาย เป็นสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอในช่วงก่อนหรือระหว่างการออกกำลังกาย

วิธีปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำให้เหมาะกับตัวเอง

  • เริ่มจากสังเกตสัญญาณร่างกาย เช่น จุก แน่น เหนื่อยเร็ว หรือเวียนหัว

  • ปรับจากการดื่มครั้งละมาก เป็นการ จิบทีละน้อยแต่บ่อยขึ้น

  • ตั้งเป้าจิบน้ำทุก 10–15 นาที โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ

  • เลือกอุณหภูมิน้ำที่ดื่มแล้วสบายท้อง ไม่เย็นจัดเกินไป

  • หากเหงื่อออกมากหรือออกกำลังกายนานกว่า 60 นาที อาจเสริมเครื่องดื่มเกลือแร่เป็นบางครั้ง

  • ปรับปริมาณน้ำตามประเภทและความหนักของการออกกำลังกาย

  • ใช้สีปัสสาวะเป็นตัวช่วย หากสีอ่อน แสดงว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ

  • ทดลองและปรับให้เหมาะกับตัวเอง เพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองไม่เหมือนกัน

การดื่มน้ำระหว่างออกกำลังกายที่ถูกต้องคือหัวใจของการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ การ “จิบให้ถูกวิธี” ช่วยลดอาการจุก เพิ่มความอึด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดียิ่งขึ้น เมื่อใช้วิธีนี้ร่วมกับการใช้เครื่องออกกำลังกายที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ใช้งานลื่นไหล และเอื้อต่อการควบคุมจังหวะการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การดูแลสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องง่ายและต่อเนื่อง ไม่ว่าคุณจะวิ่ง เวท หรือคาร์ดิโอ การเลือกทั้งวิธีดื่มน้ำที่ถูกต้องและเครื่องออกกำลังกายคุณภาพจาก Johnson Fitness and Wellness คืออีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่การออกกำลังกายที่ยั่งยืนในระยะยาว หากคุณสนใจสั่งซื้อลู่วิ่ง เครื่องเดินวงรี จักรยานออกกำลังกาย เครื่องสร้างกล้ามเนื้อออนไลน์ คลิกเลย!! ติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com


ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Health Tech Thailand ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand 

Instagram johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มน้ำ

Q: ควรดื่มน้ำทุกครั้งที่รู้สึกกระหายหรือไม่?
A: ไม่ควรรอให้กระหาย ควรจิบน้ำสม่ำเสมอ

Q: ดื่มน้ำมากช่วยลดตะคริวได้ไหม?
A: ช่วยได้บางส่วน แต่ต้องดูเรื่องเกลือแร่ร่วมด้วย

Q: ระหว่างออกกำลังกายควรหลีกเลี่ยงอะไร?
A: การดื่มรวดเดียว น้ำหวานจัด หรือเย็นจัดเกินไป

← โพสต์เก่า โพสต์ใหม่กว่า →

บทความ

RSS
ลดหวานยังไงไม่ทรมาน : เทคนิคคุมของหวานสำหรับคนออกกำลังกาย

ลดหวานยังไงไม่ทรมาน : เทคนิคคุมของหวานสำหรับคนออกกำลังกาย

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

การลดหวานสำหรับคนออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องหักดิบหรือทรมานตัวเอง หัวใจสำคัญคือการ “จัดการ” ความหวานให้เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์

อ่านเพิ่มเติม
วิธีเลือกเก้าอี้นวดให้เหมาะกับตัวเอง : ดูอะไรบ้างให้คุ้มและใช้นาน
ราคาเก้าอี้นวดไฟฟ้า" เก้าอี้นวดไฟฟ้า ซื้อที่ไหน เก้าอี้นวดไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี เก้าอี้นวดไฟฟ้า ราคา เก้าอี้นวดไฟฟ้า ราคาไม่แพง เก้าอี้นวดไฟฟ้า อันตรายไหม เครื่องนวด เครื่องนวดขา เครื่องนวดหลัง เครื่องนวดไฟฟ้า เครื่องนวดไฟฟ้าเพื่อสุขภาพ เบาะนวดไฟฟ้า

วิธีเลือกเก้าอี้นวดให้เหมาะกับตัวเอง : ดูอะไรบ้างให้คุ้มและใช้นาน

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

การเลือกเก้าอี้นวดให้เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่แค่ดูว่าราคาแพงหรือฟีเจอร์เยอะที่สุด แต่ต้องดู “การใช้งานจริง” เป็นหลัก ตั้งแต่ประเภทการนวด ความแรงที่รับได้ ขนาดพื้นที่ในบ้าน

อ่านเพิ่มเติม