ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก Bowflex SelectTech 52 แบบไหนคุ้มค่าและตอบโจทย์มือใหม่กว่ากัน?

ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก Bowflex SelectTech 52 แบบไหนคุ้มค่าและตอบโจทย์มือใหม่กว่ากัน?

โพสต์โดย Johnson FitnessTH เมื่อ

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเล่นเวทที่บ้าน การเลือกดัมเบลให้เหมาะกับรูปแบบการฝึกถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะแต่ละท่าอาจต้องใช้น้ำหนักแตกต่างกัน และเมื่อร่างกายเริ่มแข็งแรงขึ้น ก็ควรสามารถเพิ่มน้ำหนักได้ตามพัฒนาการของการฝึก

เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก ดัมเบลธรรมดามีจุดเด่นที่ใช้งานง่าย หยิบขึ้นมาฝึกได้ทันที และเหมาะกับผู้ที่ใช้น้ำหนักเพียงไม่กี่ระดับ แต่หากต้องการฝึกหลายท่า หรือวางแผนเพิ่มน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง อาจต้องซื้อดัมเบลหลายคู่ ซึ่งใช้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น

ส่วนดัมเบลปรับน้ำหนักอย่าง Bowflex SelectTech 52 สามารถปรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 2–24 กก. ต่อข้าง จึงเลือกน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละท่าได้ภายในดัมเบลชุดเดียว ไม่ว่าจะเป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและต้องการน้ำหนักเบา หรือท่าที่ต้องใช้แรงมากขึ้นและต้องการน้ำหนักที่สูงกว่า

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการออกกำลังกายที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ดัมเบลปรับน้ำหนัก Bowflex SelectTech 52 จึงช่วยลดความจำเป็นในการซื้อดัมเบลหลายคู่ ประหยัดพื้นที่ และยังรองรับการเพิ่มระดับความหนักของการฝึกได้เมื่อความแข็งแรงของร่างกายพัฒนาขึ้น

สรุปข้อมูลสำคัญ

  • ประเภท: ดัมเบลปรับน้ำหนัก

  • น้ำหนักที่ปรับได้: 2–24 กก. ต่อข้าง

  • จำนวนระดับน้ำหนัก: 15 ระดับ

  • ขนาดต่อข้าง: 44.3 × 21.1 × 20.7 ซม.

  • น้ำหนักรวมต่อดัมเบล: 25.2 กก.

  • จุดเด่น: ปรับน้ำหนักด้วยปุ่มหมุน ใช้แทนดัมเบลหลายคู่ และประหยัดพื้นที่

  • เหมาะกับ: มือใหม่ ผู้ที่ออกกำลังกายที่บ้าน ผู้พักอาศัยในคอนโด และผู้ที่ต้องการพัฒนาการฝึกเวทต่อเนื่อง

  • รูปแบบการฝึก: ฝึกกล้ามเนื้อแขน ไหล่ อก หลัง ขา และกล้ามเนื้อแกนกลางได้หลายรูปแบบ

ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?

ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก ต่างกันอย่างไร?

ดัมเบลธรรมดา หรือ Fixed Dumbbell จะมีน้ำหนักประจำแต่ละลูก เช่น 2 กก. 5 กก. หรือ 10 กก. หากต้องการเปลี่ยนน้ำหนักระหว่างท่า ผู้ใช้ต้องเปลี่ยนไปหยิบดัมเบลอีกคู่หนึ่ง ดังนั้น หากต้องการฝึกหลายระดับน้ำหนัก อาจต้องมีดัมเบลหลายคู่และใช้พื้นที่จัดเก็บมากขึ้น

ข้อดีของดัมเบลธรรมดาคือโครงสร้างไม่ซับซ้อน หยิบขึ้นมาใช้งานได้ทันที และเหมาะกับผู้ที่ใช้น้ำหนักใกล้เคียงกันเป็นประจำ

ส่วน ดัมเบลปรับน้ำหนัก หรือ Adjustable Dumbbell จะรวมน้ำหนักหลายระดับไว้ในดัมเบลชุดเดียว ผู้ใช้สามารถเลือกน้ำหนักที่ต้องการก่อนเริ่มแต่ละท่าได้ จึงเหมาะกับโปรแกรมที่ต้องสลับน้ำหนักระหว่างการฝึก เช่น ท่าไหล่อาจใช้น้ำหนักเบากว่าท่าขาหรือท่าหลัง

สำหรับ Bowflex SelectTech 52 สามารถเปลี่ยนน้ำหนักทำได้ง่ายๆ เพียงหมุนปุ่มเลือกน้ำหนักขณะดัมเบลวางอยู่บนฐาน เมื่อยกด้ามจับขึ้น แผ่นน้ำหนักที่ไม่ได้เลือกจะยังคงอยู่บนฐาน ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนดัมเบลหลายคู่ระหว่างการฝึก

เปรียบเทียบดัมเบลธรรมดา vs Bowflex SelectTech 52 แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

หากพิจารณาเฉพาะราคาซื้อครั้งแรก ดัมเบลธรรมดาอาจใช้งบน้อยกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้น้ำหนักเพียงระดับเดียว แต่สำหรับมือใหม่ที่ตั้งใจเล่นเวทอย่างต่อเนื่อง ต้องการฝึกหลายส่วนของร่างกาย และมีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนักตามความแข็งแรง Bowflex SelectTech 52 คุ้มค่ากว่าในระยะยาว เพราะดัมเบลเพียงชุดเดียวสามารถปรับได้ถึง 15 ระดับ ตั้งแต่ 2–24 กก. ต่อข้าง

หัวข้อเปรียบเทียบ

ดัมเบลธรรมดา

Bowflex SelectTech 52

ช่วงน้ำหนัก

น้ำหนักคงที่ในแต่ละคู่

ปรับได้ 2–24 กก. ต่อข้าง

จำนวนระดับน้ำหนัก

1 ระดับต่อดัมเบล 1 คู่

15 ระดับในดัมเบลชุดเดียว

การเพิ่มน้ำหนักเมื่อแข็งแรงขึ้น

ต้องซื้อดัมเบลคู่ใหม่เพิ่ม

หมุนเลือกระดับน้ำหนักที่ต้องการได้

การฝึกหลายท่า

หากแต่ละท่าใช้น้ำหนักต่างกัน ต้องมีดัมเบลหลายคู่

เลือกน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละท่าได้จากชุดเดียว

พื้นที่จัดเก็บ

ใช้พื้นที่เพิ่มตามจำนวนดัมเบล

ใช้พื้นที่น้อยกว่า เพราะรวมหลายระดับน้ำหนักไว้ในชุดเดียว

ความสะดวกในการเปลี่ยนน้ำหนัก

ต้องเปลี่ยนดัมเบลเป็นอีกคู่

ปรับน้ำหนักด้วยปุ่มหมุน

เหมาะกับพื้นที่จำกัด

เหมาะหากมีดัมเบลเพียงไม่กี่คู่

เหมาะกับบ้านและคอนโดที่มีพื้นที่จำกัด

การใช้งานระยะยาว

อาจต้องซื้อเพิ่มเมื่อพัฒนาความแข็งแรง

รองรับการเพิ่มน้ำหนักตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนถึง 24 กก.

ความคุ้มค่าสำหรับมือใหม่

คุ้มสำหรับคนที่ใช้น้ำหนักไม่กี่ระดับ

คุ้มกว่า หากตั้งใจฝึกต่อเนื่องและต้องการพัฒนาน้ำหนักในระยะยาว

 

5 เหตุผลที่ Bowflex SelectTech 52 ตอบโจทย์มือใหม่ที่อยากเริ่มเล่นเวทที่บ้าน

5 เหตุผลที่ Bowflex SelectTech 52 ตอบโจทย์มือใหม่ที่อยากเริ่มเล่นเวทที่บ้าน

1. เริ่มฝึกจากน้ำหนักเบาได้

สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญไม่ใช่การยกให้หนักที่สุดตั้งแต่เริ่มต้น แต่คือการเลือกน้ำหนักที่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง

Bowflex SelectTech 52 สามารถเริ่มต้นได้ที่ประมาณ 2 กก. ต่อข้าง ทำให้สามารถเลือกน้ำหนักเบาสำหรับเรียนรู้ท่าฝึกพื้นฐานก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักตามความแข็งแรงที่พัฒนาขึ้น

2. มีน้ำหนักหลายระดับสำหรับกล้ามเนื้อแต่ละส่วน

กล้ามเนื้อแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการออกแรงไม่เท่ากัน เช่น ท่าฝึกไหล่มักใช้น้ำหนักน้อยกว่าท่าฝึกขาหรือหลัง

การมีดัมเบลที่ปรับได้ตั้งแต่ 2–24 กก. ทำให้ผู้ฝึกสามารถเลือกน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละท่าได้ง่ายขึ้น และไม่จำเป็นต้องพยายามใช้น้ำหนักเดียวกับทุกการเคลื่อนไหว

3. เพิ่มน้ำหนักตามได้ตามความแข็งแรง

หลักสำคัญของการฝึกกล้ามเนื้อคือการเพิ่มความท้าทายอย่างเหมาะสมเมื่อร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าน้ำหนักเดิมเบาเกินไป ผู้ฝึกสามารถเพิ่มระดับน้ำหนักขึ้นทีละขั้นตามความเหมาะสม จึงช่วยให้ดัมเบลชุดเดียวสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นไปจนถึงระดับที่แข็งแรงขึ้น

4. เปลี่ยนน้ำหนักได้รวดเร็ว

หนึ่งในอุปสรรคของการฝึกที่บ้านคือความยุ่งยากในการเปลี่ยนอุปกรณ์ระหว่างท่า Bowflex SelectTech 52 ใช้ระบบปุ่มหมุนสำหรับเลือกน้ำหนัก เมื่อต้องการเปลี่ยนแรงต้านจึงสามารถนำดัมเบลกลับไปวางบนฐาน หมุนเลือกระดับที่ต้องการ แล้วเริ่มเซตต่อไปได้

เหมาะกับโปรแกรมที่มีหลายท่าและใช้น้ำหนักต่างกัน เช่น Full Body Workout หรือการฝึกแบบ Circuit

5. ใช้พื้นที่น้อยกว่าการซื้อดัมเบลหลายคู่

Bowflex SelectTech 52 สามารถใช้แทนดัมเบลแบบเดิมได้ถึง 15 คู่ จึงช่วยลดปริมาณอุปกรณ์ที่ต้องวางเรียงอยู่ภายในห้อง

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายในห้องนอน คอนโด หรือ Home Gym ขนาดเล็ก จุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเพิ่มน้ำหนักในการฝึกมากขึ้นเรื่อย ๆ

Bowflex SelectTech 52 เล่นท่าอะไรได้บ้างสำหรับมือใหม่?

ข้อดีของดัมเบลคือสามารถใช้ฝึกกล้ามเนื้อได้หลายส่วนของร่างกาย โดยมือใหม่สามารถเริ่มจากท่าที่มีรูปแบบการเคลื่อนไหวไม่ซับซ้อนและเลือกน้ำหนักที่สามารถควบคุมได้

ตัวอย่างท่าพื้นฐาน ได้แก่

  • Goblet Squat ฝึกกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และกล้ามเนื้อแกนกลาง โดยถือดัมเบลบริเวณด้านหน้าลำตัวแล้วทำท่า Squat

  • Dumbbell Romanian Deadlift เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อด้านหลังต้นขา สะโพก และหลังส่วนล่าง เหมาะสำหรับฝึกพื้นฐานการเคลื่อนไหวแบบ Hip Hinge

  • Dumbbell Row ใช้ฝึกกล้ามเนื้อหลังและแขน โดยควรควบคุมลำตัวให้นิ่งและดึงดัมเบลเข้าหาลำตัวอย่างเป็นธรรมชาติ

  • Dumbbell Chest Press ช่วยฝึกกล้ามเนื้ออก หัวไหล่ด้านหน้า และต้นแขนด้านหลัง สามารถทำบนม้านั่งออกกำลังกายหรือปรับรูปแบบให้เหมาะกับพื้นที่ที่มีได้

  • Shoulder Press เป็นท่าฝึกกล้ามเนื้อหัวไหล่และต้นแขน ควรเริ่มจากน้ำหนักที่สามารถควบคุมได้ตลอดช่วงการเคลื่อนไหว

  • Biceps Curl ท่าพื้นฐานสำหรับฝึกกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้า เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังเรียนรู้การควบคุมดัมเบล

  • Reverse Lunge ช่วยฝึกขาและสะโพก พร้อมพัฒนาการควบคุมสมดุลของร่างกาย โดยสามารถเริ่มจากน้ำหนักเบาก่อน

บ้านหรือคอนโดพื้นที่จำกัด ควรเลือกดัมเบลแบบไหนดี?

หากมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายและจัดเก็บอุปกรณ์ค่อนข้างมาก ดัมเบลธรรมดาหลายคู่สามารถใช้งานได้ดี เพราะหยิบใช้ง่ายและไม่ต้องปรับกลไกก่อนเริ่มฝึก แต่สำหรับคอนโดหรือบ้านที่ต้องแบ่งพื้นที่กับกิจกรรมอื่น การเก็บดัมเบลจำนวนมากอาจกลายเป็นข้อจำกัดในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น หากต้องการดัมเบล 2, 5, 10, 15 และ 20 กก. ก็หมายถึงต้องมีอุปกรณ์อย่างน้อย 5 คู่ และหากต้องการเพิ่มน้ำหนักในอนาคต พื้นที่จัดเก็บก็จะเพิ่มตามไปด้วย

ในทางกลับกัน Bowflex SelectTech 52 มีขนาดต่อข้างประมาณ 44.3 × 21.1 × 20.7 ซม. แต่สามารถรองรับน้ำหนักได้หลายระดับในอุปกรณ์เดียว จึงเหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการจัดอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบและไม่ต้องการมีดัมเบลวางหลายคู่ทั่วห้อง

อย่างไรก็ตาม ควรเผื่อพื้นที่สำหรับฐานดัมเบลและพื้นที่เคลื่อนไหวรอบตัวให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถยกและวางอุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย

ก่อนซื้อดัมเบลปรับน้ำหนัก มือใหม่ควรดูอะไรบ้าง?

  • ช่วงน้ำหนักเหมาะกับการใช้งานหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องเลือกดัมเบลที่หนักที่สุด แต่ควรพิจารณาว่าช่วงน้ำหนักเริ่มต้นเบาพอสำหรับท่าที่ตนเองฝึกหรือไม่ และมีน้ำหนักสูงพอให้ใช้งานต่อไปเมื่อแข็งแรงขึ้นหรือไม่ สำหรับ Bowflex SelectTech 52 ช่วง 2–24 กก. ต่อข้างครอบคลุมตั้งแต่น้ำหนักเบาสำหรับการเริ่มต้น ไปจนถึงน้ำหนักระดับที่สามารถใช้กับท่าฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้หลากหลาย

  • จำนวนระดับน้ำหนัก ยิ่งมีระดับให้เลือกหลายช่วง ผู้ใช้ก็ยิ่งสามารถปรับน้ำหนักให้เหมาะกับแต่ละท่าได้มากขึ้น Bowflex SelectTech 52 มี 15 ระดับน้ำหนัก จึงช่วยให้การเพิ่มแรงต้านทำได้เป็นขั้น ๆ แทนการกระโดดจากน้ำหนักเบาไปหนักเกินไปในครั้งเดียว

  • วิธีปรับน้ำหนัก ควรเลือกระบบที่ใช้งานสะดวกและสามารถตรวจสอบได้ว่าน้ำหนักล็อกอยู่ในตำแหน่งเรียบร้อยก่อนยก SelectTech 52 ใช้ปุ่มหมุนสำหรับเลือกน้ำหนัก ทำให้การเปลี่ยนจากน้ำหนักหนึ่งไปอีกระดับทำได้โดยไม่ต้องถอดแผ่นน้ำหนักออกทีละชิ้น

  • ขนาดและพื้นที่จัดเก็บ ดัมเบลปรับน้ำหนักแต่ละรุ่นมีขนาดและรูปทรงต่างกัน ควรวัดพื้นที่ที่จะใช้วางอุปกรณ์ก่อนซื้อ โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในคอนโดหรือมีพื้นที่ Home Gym จำกัด

  • รูปทรงและด้ามจับ ด้ามจับมีผลต่อการควบคุมดัมเบลระหว่างการฝึก Bowflex SelectTech 52 ใช้ด้ามจับแบบกันลื่นและออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อช่วยให้จับอุปกรณ์ได้มั่นคงและสบายขึ้นระหว่างการยก

  • เป้าหมายการออกกำลังกายในระยะยาว หากต้องการเพียงดัมเบลน้ำหนักเบาสำหรับออกกำลังกายเป็นครั้งคราว ดัมเบลธรรมดาอาจตอบโจทย์เพียงพอ

ได้ค่ะ แต่จากภาพที่แนบมา ข้อความที่ยืนยันได้คือ “World’s #1 Specialty Fitness Retailer” โดยอ้างอิงจากจำนวนหน้าร้าน Specialty Fitness Retail ที่มีมากที่สุดทั่วโลก ไม่ได้ระบุว่าเป็น “แบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายอันดับ 1 ในไทย” โดยตรง ดังนั้นถ้าจะให้บทความน่าเชื่อถือและไม่เสี่ยงเคลมเกินข้อมูล แนะนำเขียนเป็น Johnson Fitness & Wellness คือผู้ค้าปลีกอุปกรณ์ฟิตเนสเฉพาะทางอันดับ 1 ของโลก จะตรงกับหลักฐานมากที่สุดค่ะ ปัจจุบันเว็บไซต์ Johnson Fitness ก็ใช้ข้อความ “World’s #1 Specialty Fitness Retailer” และอธิบายว่าเป็นแบรนด์ที่มีร้านฟิตเนสเฉพาะทางมากกว่ารายอื่นทั่วโลก Johnson Fitness

ปรับช่วง สรุป เป็นเวอร์ชันนี้ได้เลย:

สรุป

เมื่อเปรียบเทียบ ดัมเบลธรรมดา vs ดัมเบลปรับน้ำหนัก ทั้งสองประเภทสามารถนำมาใช้ฝึกเวทที่บ้านได้ แต่เหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ดัมเบลธรรมดาเหมาะกับผู้ที่ใช้น้ำหนักเพียงไม่กี่ระดับ ต้องการอุปกรณ์ที่เรียบง่าย และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเก็บหลายคู่

ส่วน Bowflex SelectTech 52 เหมาะกับผู้ที่ต้องการดัมเบลชุดเดียวสำหรับฝึกหลายท่า สามารถปรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 2–24 กก. ต่อข้าง มีทั้งหมด 15 ระดับ และถูกออกแบบมาให้ใช้ทดแทนดัมเบลแบบเดิมหลายคู่ จึงช่วยประหยัดพื้นที่และรองรับการเพิ่มความหนักของการฝึกในระยะยาว

สำหรับมือใหม่ สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการเริ่มจากน้ำหนักที่เหมาะสม เรียนรู้ท่าทางการเคลื่อนไหวให้ถูกต้อง และค่อย ๆ เพิ่มแรงต้านตามความแข็งแรงของร่างกาย หากมองในด้านความยืดหยุ่นในการใช้งาน ความคุ้มค่าในระยะยาว และการประหยัดพื้นที่ Bowflex SelectTech 52 จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่าสำหรับผู้ที่ตั้งใจเล่นเวทที่บ้านอย่างต่อเนื่อง

นอกจากการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับเป้าหมายแล้ว การเลือกซื้อจากผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ออกกำลังกายก็มีความสำคัญเช่นกัน Johnson Fitness & Wellness ได้รับการันตีว่าเป็น “World’s #1 Specialty Fitness Retailer” หรือผู้ค้าปลีกอุปกรณ์ฟิตเนสเฉพาะทางอันดับ 1 ของโลก โดยอ้างอิงจากจำนวนหน้าร้าน Specialty Fitness Retail ที่มีมากที่สุดทั่วโลก จึงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรอุปกรณ์สำหรับการออกกำลังกายทั้งในบ้านและฟิตเนส 

หากกำลังวางแผนสร้าง Home Gym หรือมองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ตอบโจทย์ทั้งการเริ่มต้นและการใช้งานในระยะยาว สามารถเลือกชมและสั่งซื้อ เครื่องออกกำลังกายจาก Johnson Fitness & Wellness ได้ทางออนไลน์ พร้อมเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่และเป้าหมายการออกกำลังกายของแต่ละคน

สนใจ Bowflex SelectTech 52 และอุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับ Home Gym โทรศัพท์: 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล: jhtthailand@johnsonfitness.com

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Health Tech Thailand ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand 

Instagram: johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bowflex SelectTech 52

Q: Bowflex SelectTech 52 เหมาะกับมือใหม่หรือไม่?
A: เหมาะ โดยสามารถเริ่มปรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ประมาณ 2 กก. ต่อข้าง จึงสามารถเลือกน้ำหนักเบาสำหรับเรียนรู้ท่าพื้นฐานก่อน และค่อยเพิ่มน้ำหนักเมื่อมีความแข็งแรงมากขึ้น

Q: Bowflex SelectTech 52 ปรับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัม?
A: สามารถปรับได้ตั้งแต่ 2–24 กก. ต่อข้าง รวมทั้งหมด 15 ระดับ ได้แก่ 2, 3, 4, 5, 7, 8, 9, 10, 11, 14, 16, 18, 20, 23 และ 24 กก.

Q: Bowflex SelectTech 52 ใช้แทนดัมเบลธรรมดาได้กี่คู่?
A: ผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบให้สามารถทดแทนดัมเบลแบบเดิมได้ถึง 15 คู่ ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องจัดเก็บภายในบ้าน

Q: Bowflex SelectTech 52 ใช้ฝึกกล้ามเนื้อส่วนไหนได้บ้าง?
A: สามารถนำไปใช้ฝึกกล้ามเนื้อหลักได้เกือบทั่วร่างกาย เช่น อก หลัง ไหล่ แขน ขา สะโพก และกล้ามเนื้อแกนกลาง โดยเลือกท่าและระดับน้ำหนักให้เหมาะกับความแข็งแรงของแต่ละบุคคล

Q: ดัมเบลปรับน้ำหนักเหมาะกับคอนโดหรือไม่?
A: เหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นที่จัดเก็บจำกัด เนื่องจากดัมเบลหนึ่งชุดสามารถรวมน้ำหนักหลายระดับไว้ในอุปกรณ์เดียว จึงไม่จำเป็นต้องวางดัมเบลหลายคู่ภายในห้อง

Q: ดัมเบลปรับน้ำหนักกับดัมเบลธรรมดา แบบไหนเหมาะกับ Home Gym มากกว่า?
A: หาก Home Gym มีพื้นที่มากและต้องการความสะดวกในการหยิบดัมเบลหลายขนาดทันที ดัมเบลธรรมดาก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากต้องการประหยัดพื้นที่และต้องการน้ำหนักหลายระดับในอุปกรณ์ชุดเดียว ดัมเบลปรับน้ำหนักจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า

← โพสต์เก่า

บทความ

RSS
ลู่วิ่งไฟฟ้า Bowflex T9 ดีไหม? เจาะสเปก 7 จุดเด่น และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
Bowflex T9 Bowflex T9 คุ้มไหม Bowflex T9 ดีไหม Bowflex T9 ราคา Bowflex T9 รีวิว Bowflex T9 สเปก Bowflex T9 เหมาะกับใคร ซื้อ Bowflex T9 รีวิว Bowflex T9 ลู่วิ่ง Bowflex T9 ลู่วิ่ง Home Gym ลู่วิ่ง JRNY ลู่วิ่งความชัน 15% ลู่วิ่งความเร็ว 20 กม./ชม. ลู่วิ่งปรับความชัน ลู่วิ่งพับได้ ลู่วิ่งมอเตอร์ 3.5 CHP ลู่วิ่งรองรับน้ำหนักเยอะ ลู่วิ่งลดแรงกระแทก ลู่วิ่งสายพานกว้าง ลู่วิ่งสำหรับ Cardio ลู่วิ่งสำหรับ HIIT ลู่วิ่งสำหรับซ้อมวิ่ง ลู่วิ่งสำหรับนักวิ่ง ลู่วิ่งสำหรับวิ่งที่บ้าน ลู่วิ่งสำหรับออกกำลังกายที่บ้าน ลู่วิ่งเชื่อมต่อ Kinomap ลู่วิ่งเชื่อมต่อ Zwift ลู่วิ่งไฟฟ้า Bowflex ลู่วิ่งไฟฟ้าพรีเมียม ลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับบ้าน

ลู่วิ่งไฟฟ้า Bowflex T9 ดีไหม? เจาะสเปก 7 จุดเด่น และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับวิ่งที่บ้าน และต้องการเครื่องที่รองรับได้ตั้งแต่การเดินเพื่อสุขภาพ การวิ่งออกกำลังกาย ไปจนถึงการซ้อมที่มีความเข้มข้นมากขึ้น Bowflex T9 เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยมอเตอร์ DC 3.5 CHP ความเร็วสูงสุด 20 กม./ชม. ปรับความชันได้สูงสุด 15% พื้นที่วิ่งขนาด 56 × 152 ซม. และระบบรองรับแรงกระแทก Flex Zone...

อ่านเพิ่มเติม
ลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรลที่บ้าน เลือกแบบไหนดี?
Hill Training Horizon Paragon X Horizon Paragon X ดีไหม ซ้อมวิ่งขึ้นเขาบนลู่วิ่ง ซ้อมเทรลบนลู่วิ่ง ลู่วิ่งความชันสูง ลู่วิ่งซ้อมขึ้นเขาที่บ้าน ลู่วิ่งซ้อมเทรล ลู่วิ่งปรับความชัน ลู่วิ่งปรับความชัน รุ่นไหนดี ลู่วิ่งสำหรับ Home Gym ลู่วิ่งสำหรับซ้อมขึ้นเขา ลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรล ลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรล รุ่นไหนดี ลู่วิ่งสำหรับนักวิ่ง ลู่วิ่งสำหรับวิ่งจริงจัง ลู่วิ่งสำหรับวิ่งเทรล ลู่วิ่งออกกำลังกายที่บ้าน ลู่วิ่งเทรล วิธีเลือกลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรล

ลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรลที่บ้าน เลือกแบบไหนดี?

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

ลู่วิ่งสำหรับซ้อมเทรลที่บ้าน ควรเลือกรุ่นที่สามารถปรับความชันได้สูง มีช่วงความเร็วกว้าง พื้นที่วิ่งเพียงพอ ระบบรองรับแรงกระแทกเหมาะกับการวิ่งต่อเนื่อง และสามารถปรับรูปแบบการฝึกให้ใกล้เคียงกับการวิ่งขึ้นเขาหรือเส้นทางธรรมชาติได้มากกว่าลู่วิ่งทั่วไป สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกวิ่งเทรลอย่างจริงจัง การมีลู่วิ่งที่ปรับความชันได้ช่วยให้สามารถฝึกกำลังกล้ามเนื้อ ความทนทานของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการควบคุม Pace ขณะขึ้นเนินได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ในวันที่ไม่สามารถออกไปฝึกบนเส้นทางจริงได้ หนึ่งในรุ่นที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์การฝึกลักษณะนี้โดยเฉพาะคือ Horizon Paragon X ซึ่งปรับความชันได้ตั้งแต่ 0–15% ความเร็ว 0.8–20 กม./ชม. พร้อมเทคโนโลยี AirTrain และระบบรองรับแรงกระแทกแบบลมที่ปรับระดับได้...

อ่านเพิ่มเติม