แคลอรี่คือพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารและเครื่องดื่ม การรู้ปริมาณแคลอรี่ในอาหารที่กินเป็นประจำ ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และวางแผนการกินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่จำเป็นต้องอดหรือเลิกกินของโปรด แต่แค่ “รู้ก่อนกิน” ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้จริง
สรุปข้อมูลสำคัญ
-
ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการพลังงานเฉลี่ย 1,600–2,000 แคลอรี่/วัน
-
อาหารจานเดียวหลายเมนูให้พลังงาน 500–700 แคลอรี่ต่อจาน
-
เครื่องดื่มหวาน 1 แก้ว อาจให้พลังงาน 150–400 แคลอรี่
-
การออกกำลังกาย 30 นาที เผาผลาญได้ประมาณ 150–400 แคลอรี่
แคลอรี่คืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนกิน

แคลอรี่ คือ หน่วยวัดพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหาร เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะนำพลังงานนี้ไปใช้ในการเคลื่อนไหว การทำงานของอวัยวะ และการเผาผลาญพื้นฐาน แม้แต่การนั่งเฉย ๆ ก็ใช้แคลอรี่เช่นกัน การรู้ว่าอาหารแต่ละจานให้พลังงานเท่าไร ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกกินได้เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน ไม่เผลอรับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่กินอาหารนอกบ้านบ่อย การรู้แคลอรี่คือกุญแจสำคัญของการดูแลสุขภาพในระยะยาว
แคลอรี่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักและสุขภาพยังไง
น้ำหนักตัวจะเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับสมดุลแคลอรี่ หากกินมากกว่าที่ใช้ ร่างกายจะสะสมพลังงานส่วนเกินเป็นไขมัน ในทางกลับกัน หากใช้มากกว่าที่กิน น้ำหนักก็จะลดลง นอกจากนี้ แคลอรี่ยังสัมพันธ์กับสุขภาพโดยตรง เพราะการกินเกินความจำเป็นเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดสูง การเข้าใจเรื่องแคลอรี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือการดูแลสุขภาพทั้งระบบ
เมื่อปริมาณแคลอรี่เกินจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย
เมื่อปริมาณแคลอรี่เกิน ร่างกายจะเก็บพลังงานส่วนเกินในรูปของไขมัน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น บางคนอาจไม่รู้ตัว เพราะแคลอรี่ส่วนเกินมักมาจากเครื่องดื่ม ของว่าง หรือของหวานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สะสมทุกวัน นอกจากนี้ การกินเกินยังทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนัก ส่งผลต่อฮอร์โมน ความหิว และระดับน้ำตาลในเลือดในระยะยาว
ปริมาณแคลอรี่ในอาหารจานเดียวที่คนไทยกินบ่อย
อาหารจานเดียวเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทย เพราะสะดวก อิ่มเร็ว แต่หลายเมนูให้พลังงานสูงกว่าที่คิด หากกินเป็นประจำโดยไม่ขยับร่างกาย อาจทำให้ได้รับแคลอรี่เกินง่าย การรู้ตัวเลขคร่าว ๆ จะช่วยให้เลือกได้ดีขึ้น เช่น ลดปริมาณข้าว เพิ่มผัก หรือเลือกวิธีปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย
ข้าวกะเพรา / ข้าวผัด / ข้าวหมูแดง
ข้าวกะเพราหมูหรือไก่ 1 จาน ให้พลังงานประมาณ 500–600 แคลอรี่ หากเป็นหมูกรอบอาจเพิ่มเป็น 650–700 แคลอรี่ ข้าวผัดหมูหรือไก่เฉลี่ย 550–650 แคลอรี่ ส่วนข้าวหมูแดงหมูกรอบอยู่ที่ประมาณ 550–650 แคลอรี่ การลดปริมาณข้าว หลีกเลี่ยงหมูกรอบ และขอผัดน้ำมันน้อย ช่วยลดแคลอรี่ได้
ข้าวมันไก่ / ข้าวขาหมู / ข้าวหน้าเป็ด
ข้าวมันไก่ให้พลังงานประมาณ 550–600 แคลอรี่ ข้าวขาหมูอยู่ที่ 650–700 แคลอรี่ ส่วนข้าวหน้าเป็ดประมาณ 500–550 แคลอรี่ เมนูเหล่านี้มีไขมันแฝงจากหนังและน้ำราด หากลดหนัง ลดน้ำราด และเพิ่มผัก จะช่วยให้แคลอรี่รวมลดลงได้โดยไม่ต้องงดเมนูโปรด
ก๋วยเตี๋ยว / ผัดไทย / ราดหน้า
ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสทั่วไปให้พลังงานประมาณ 300–400 แคลอรี่ หากเป็นแห้งหรือใส่เครื่องเยอะอาจเพิ่มเป็น 450–500 แคลอรี่ ผัดไทยอยู่ที่ประมาณ 400–600 แคลอรี่ ส่วนราดหน้าเฉลี่ย 350–450 แคลอรี่ ขึ้นกับปริมาณเส้นและน้ำมันที่ใช้
ปริมาณแคลอรี่ในอาหารเช้าและของกินระหว่างวัน
อาหารเช้าและของว่างเป็นจุดที่หลายคนเผลอรับแคลอรี่เกิน เพราะดูเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่กินบ่อย การรู้ปริมาณพลังงานจะช่วยให้จัดสรรแคลอรี่ทั้งวันได้สมดุลขึ้น
โจ๊ก ข้าวต้ม ปาท่องโก๋
โจ๊กหมูใส่ไข่ 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 230–300 แคลอรี่ ข้าวต้มหมูอยู่ที่ 200–250 แคลอรี่ ส่วนปาท่องโก๋ 1 คู่ ให้พลังงานประมาณ 200–250 แคลอรี่ หากกินคู่กับนมข้นหรือสังขยา แคลอรี่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แซนด์วิช ขนมปัง ไข่ดาว
แซนด์วิชไส้ทูน่าหรือแฮมชีส 1 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 250–350 แคลอรี่ ขนมปังขาว 2 แผ่นกับไข่ดาว 1 ฟอง รวมแล้วประมาณ 300–400 แคลอรี่ หากเปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีต ลดมายองเนส หรือใช้น้ำมันน้อย แคลอรี่จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ของว่างยอดฮิต เช่น กล้วยทอด ลูกชิ้น ไส้กรอก
กล้วยทอด 3–4 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ลูกชิ้นทอดหรือไส้กรอกไม้ละ 120–150 แคลอรี่ แต่หลายคนมักกินมากกว่า 1 ไม้โดยไม่รู้ตัว ของว่างเหล่านี้จึงเป็นแหล่งแคลอรี่สะสมชั้นดี หากเลือกกินแบบพอดี หรือสลับเป็นผลไม้สด จะช่วยควบคุมพลังงานได้ดีกว่า
เครื่องดื่มยอดนิยม แคลอรี่ไม่แพ้อาหาร
เครื่องดื่มเป็นแหล่งแคลอรี่ที่หลายคนมองข้าม เพราะไม่รู้สึกอิ่ม แต่ให้พลังงานสูงไม่แพ้อาหารจานหลัก
กาแฟเย็น ชานม ชาเขียว
กาแฟเย็นใส่นมและน้ำตาล 1 แก้ว ให้พลังงานประมาณ 150–250 แคลอรี่ ชานมไข่มุกอาจสูงถึง 300–500 แคลอรี่ ส่วนชาเขียวขวดหรือแก้วใหญ่ อยู่ที่ 200–300 แคลอรี่ การเลือกหวานน้อย หรือนมไขมันต่ำ ช่วยลดแคลอรี่ได้
น้ำอัดลม น้ำผลไม้
น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี่ น้ำผลไม้ 100% 1 กล่อง อยู่ที่ 120–180 แคลอรี่ แม้ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่ก็มีน้ำตาลสูง หากดื่มบ่อยอาจทำให้แคลอรี่เกินโดยไม่รู้ตัว
เครื่องดื่มสุขภาพ ที่แคลอรี่แอบสูง
สมูทตี้ น้ำผักผลไม้ปั่น หรือโยเกิร์ตพร้อมดื่ม บางสูตรให้พลังงาน 250–400 แคลอรี่ โดยเฉพาะสูตรที่ใส่น้ำผึ้ง นมข้น หรือผลไม้หวาน การอ่านฉลากและเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล คือทางเลือกที่ฉลาดกว่า
ของหวานที่หลายคนเผลอกินจนเกินแคลอรี่
ของหวานมักเป็นตัวการสำคัญของแคลอรี่ส่วนเกิน เพราะกินเพลินและมักตามมื้ออาหาร
เค้ก เบเกอรี่
เค้กชิ้นเล็ก 1 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 250–400 แคลอรี่ ครัวซองต์หรือโดนัทอาจสูงถึง 300–500 แคลอรี่ เนื่องจากมีทั้งน้ำตาลและไขมัน การแบ่งกิน หรือเลือกชิ้นเล็ก ช่วยลดผลกระทบต่อแคลอรี่รวมของวัน
ไอศกรีม ขนมไทย
ไอศกรีม 1 สกู๊ป อยู่ที่ประมาณ 150–200 แคลอรี่ ขนมไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง หรือขนมชั้น อาจสูงถึง 300–400 แคลอรี่ เพราะมีน้ำตาลและกะทิเป็นหลัก
ของหวานหลังมื้ออาหาร
ของหวานเล็ก ๆ หลังอาหาร แม้ดูไม่เยอะ แต่หากกินทุกมื้อ จะเพิ่มแคลอรี่สะสมอย่างรวดเร็ว การเลือกผลไม้สด หรือชาดำไม่หวาน เป็นทางเลือกที่เบากว่า
กินยังไงให้ไม่เกินแคลอรี่ต่อวัน
การควบคุมแคลอรี่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แค่ปรับพฤติกรรมเล็กน้อยก็เห็นผลได้
-
จำกัดปริมาณ ไม่จำเป็นต้องงด กินได้ทุกอย่าง แต่กินในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ทำได้ต่อเนื่อง
-
ปรับเมนูเดิมให้แคลอรี่ลดลง ลดข้าว ลดน้ำมัน เพิ่มผัก และเลือกเนื้อไม่ติดมัน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ได้ผลจริง
-
จับคู่การกินกับการขยับร่างกาย การออกกำลังกายช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน และทำให้การกินยืดหยุ่นมากขึ้น
เลือกเครื่องออกกำลังกายจาก Johnson ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ง่ายขึ้น อยู่บ้านก็ฟิตได้

การเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ผล ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเสมอไป แค่มีเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็ช่วยให้การขยับร่างกายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เครื่องออกกำลังกายจาก Johnson Fitness and Wellness ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และคนที่อยากดูแลสุขภาพระยะยาว
-
ลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill)
การเดินเร็วหรือวิ่งเบา ๆ วันละ 30 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 200–400 แคลอรี่ โดยไม่ต้องออกไปเจอแดดหรือฝน -
จักรยานออกกำลังกาย (Exercise Bike)
เหมาะกับคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ ปั่นต่อเนื่อง 20–30 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี่และเสริมความแข็งแรงของขา -
เครื่องเวทหรือมัลติยิม (Strength Training)
ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้นแม้ในวันพัก
ทริคออกกำลังกายเพื่อลดแคลอรี่ให้เห็นผล
-
ออกกำลังกายแบบ สม่ำเสมอ ดีกว่าหนักแต่ทำแค่บางวัน
-
ผสมคาร์ดิโอ + เวท เพื่อเร่งการเผาผลาญ
-
เริ่มจากเวลาสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับความหนัก
-
ขยับร่างกายให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องรอเวลาออกกำลังกายเสมอ
เมื่อการออกกำลังกายทำได้ง่ายขึ้น การควบคุมแคลอรี่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และสุขภาพที่ดีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน สนใจสั่งซื้อเครื่องออกกำลังกายออนไลน์ คลิกเลย!! สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com
ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Fitness and Wellness Thailand ได้ที่
Facebook: Johnson Health Tech Thailand
Instagram johnsonfitnessth
Line: Johnson Health TH
YouTube: Johnson Health Tech Thailand
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปริมาณแคลอรี่
Q: ต้องนับแคลอรี่ทุกมื้อไหม?
A: ไม่จำเป็น แค่รู้คร่าว ๆ และควบคุมเมนูหลักก็เพียงพอ
Q: ออกกำลังกายอย่างเดียวโดยไม่คุมอาหารได้ไหม?
A: เห็นผลยากกว่า ควรทำควบคู่กัน
Q: กินของหวานได้ไหมถ้าคุมแคลอรี่?
A: ได้ หากกินในปริมาณเหมาะสมและไม่บ่อย