รู้ก่อนกิน! ปริมาณแคลอรี่ในอาหารยอดฮิตที่หลายคนกินทุกวัน

รู้ก่อนกิน! ปริมาณแคลอรี่ในอาหารยอดฮิตที่หลายคนกินทุกวัน

โพสต์โดย Johnson FitnessTH เมื่อ

แคลอรี่คือพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหารและเครื่องดื่ม การรู้ปริมาณแคลอรี่ในอาหารที่กินเป็นประจำ ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และวางแผนการกินให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ไม่จำเป็นต้องอดหรือเลิกกินของโปรด แต่แค่ “รู้ก่อนกิน” ก็ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้จริง

สรุปข้อมูลสำคัญ

  • ผู้ใหญ่ทั่วไปต้องการพลังงานเฉลี่ย 1,600–2,000 แคลอรี่/วัน

  • อาหารจานเดียวหลายเมนูให้พลังงาน 500–700 แคลอรี่ต่อจาน

  • เครื่องดื่มหวาน 1 แก้ว อาจให้พลังงาน 150–400 แคลอรี่

  • การออกกำลังกาย 30 นาที เผาผลาญได้ประมาณ 150–400 แคลอรี่

แคลอรี่คืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนกิน

แคลอรี่คืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนกิน

แคลอรี่ คือ หน่วยวัดพลังงานที่ร่างกายได้รับจากอาหาร เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะนำพลังงานนี้ไปใช้ในการเคลื่อนไหว การทำงานของอวัยวะ และการเผาผลาญพื้นฐาน แม้แต่การนั่งเฉย ๆ ก็ใช้แคลอรี่เช่นกัน การรู้ว่าอาหารแต่ละจานให้พลังงานเท่าไร ช่วยให้เราตัดสินใจเลือกกินได้เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน ไม่เผลอรับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่กินอาหารนอกบ้านบ่อย การรู้แคลอรี่คือกุญแจสำคัญของการดูแลสุขภาพในระยะยาว

แคลอรี่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักและสุขภาพยังไง

น้ำหนักตัวจะเพิ่มหรือลดขึ้นอยู่กับสมดุลแคลอรี่ หากกินมากกว่าที่ใช้ ร่างกายจะสะสมพลังงานส่วนเกินเป็นไขมัน ในทางกลับกัน หากใช้มากกว่าที่กิน น้ำหนักก็จะลดลง นอกจากนี้ แคลอรี่ยังสัมพันธ์กับสุขภาพโดยตรง เพราะการกินเกินความจำเป็นเป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดสูง การเข้าใจเรื่องแคลอรี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องรูปร่าง แต่คือการดูแลสุขภาพทั้งระบบ

เมื่อปริมาณแคลอรี่เกินจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย

เมื่อปริมาณแคลอรี่เกิน ร่างกายจะเก็บพลังงานส่วนเกินในรูปของไขมัน ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น บางคนอาจไม่รู้ตัว เพราะแคลอรี่ส่วนเกินมักมาจากเครื่องดื่ม ของว่าง หรือของหวานเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สะสมทุกวัน นอกจากนี้ การกินเกินยังทำให้ระบบเผาผลาญทำงานหนัก ส่งผลต่อฮอร์โมน ความหิว และระดับน้ำตาลในเลือดในระยะยาว

ปริมาณแคลอรี่ในอาหารจานเดียวที่คนไทยกินบ่อย

อาหารจานเดียวเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนไทย เพราะสะดวก อิ่มเร็ว แต่หลายเมนูให้พลังงานสูงกว่าที่คิด หากกินเป็นประจำโดยไม่ขยับร่างกาย อาจทำให้ได้รับแคลอรี่เกินง่าย การรู้ตัวเลขคร่าว ๆ จะช่วยให้เลือกได้ดีขึ้น เช่น ลดปริมาณข้าว เพิ่มผัก หรือเลือกวิธีปรุงที่ใช้น้ำมันน้อย

ข้าวกะเพรา / ข้าวผัด / ข้าวหมูแดง

ข้าวกะเพราหมูหรือไก่ 1 จาน ให้พลังงานประมาณ 500–600 แคลอรี่ หากเป็นหมูกรอบอาจเพิ่มเป็น 650–700 แคลอรี่ ข้าวผัดหมูหรือไก่เฉลี่ย 550–650 แคลอรี่ ส่วนข้าวหมูแดงหมูกรอบอยู่ที่ประมาณ 550–650 แคลอรี่ การลดปริมาณข้าว หลีกเลี่ยงหมูกรอบ และขอผัดน้ำมันน้อย ช่วยลดแคลอรี่ได้

ข้าวมันไก่ / ข้าวขาหมู / ข้าวหน้าเป็ด

ข้าวมันไก่ให้พลังงานประมาณ 550–600 แคลอรี่ ข้าวขาหมูอยู่ที่ 650–700 แคลอรี่ ส่วนข้าวหน้าเป็ดประมาณ 500–550 แคลอรี่ เมนูเหล่านี้มีไขมันแฝงจากหนังและน้ำราด หากลดหนัง ลดน้ำราด และเพิ่มผัก จะช่วยให้แคลอรี่รวมลดลงได้โดยไม่ต้องงดเมนูโปรด

ก๋วยเตี๋ยว / ผัดไทย / ราดหน้า

ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสทั่วไปให้พลังงานประมาณ 300–400 แคลอรี่ หากเป็นแห้งหรือใส่เครื่องเยอะอาจเพิ่มเป็น 450–500 แคลอรี่ ผัดไทยอยู่ที่ประมาณ 400–600 แคลอรี่ ส่วนราดหน้าเฉลี่ย 350–450 แคลอรี่ ขึ้นกับปริมาณเส้นและน้ำมันที่ใช้

ปริมาณแคลอรี่ในอาหารเช้าและของกินระหว่างวัน

อาหารเช้าและของว่างเป็นจุดที่หลายคนเผลอรับแคลอรี่เกิน เพราะดูเป็นมื้อเล็ก ๆ แต่กินบ่อย การรู้ปริมาณพลังงานจะช่วยให้จัดสรรแคลอรี่ทั้งวันได้สมดุลขึ้น

โจ๊ก ข้าวต้ม ปาท่องโก๋

โจ๊กหมูใส่ไข่ 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 230–300 แคลอรี่ ข้าวต้มหมูอยู่ที่ 200–250 แคลอรี่ ส่วนปาท่องโก๋ 1 คู่ ให้พลังงานประมาณ 200–250 แคลอรี่ หากกินคู่กับนมข้นหรือสังขยา แคลอรี่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แซนด์วิช ขนมปัง ไข่ดาว

แซนด์วิชไส้ทูน่าหรือแฮมชีส 1 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 250–350 แคลอรี่ ขนมปังขาว 2 แผ่นกับไข่ดาว 1 ฟอง รวมแล้วประมาณ 300–400 แคลอรี่ หากเปลี่ยนเป็นขนมปังโฮลวีต ลดมายองเนส หรือใช้น้ำมันน้อย แคลอรี่จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ของว่างยอดฮิต เช่น กล้วยทอด ลูกชิ้น ไส้กรอก

กล้วยทอด 3–4 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ลูกชิ้นทอดหรือไส้กรอกไม้ละ 120–150 แคลอรี่ แต่หลายคนมักกินมากกว่า 1 ไม้โดยไม่รู้ตัว ของว่างเหล่านี้จึงเป็นแหล่งแคลอรี่สะสมชั้นดี หากเลือกกินแบบพอดี หรือสลับเป็นผลไม้สด จะช่วยควบคุมพลังงานได้ดีกว่า

เครื่องดื่มยอดนิยม แคลอรี่ไม่แพ้อาหาร

เครื่องดื่มเป็นแหล่งแคลอรี่ที่หลายคนมองข้าม เพราะไม่รู้สึกอิ่ม แต่ให้พลังงานสูงไม่แพ้อาหารจานหลัก

กาแฟเย็น ชานม ชาเขียว

กาแฟเย็นใส่นมและน้ำตาล 1 แก้ว ให้พลังงานประมาณ 150–250 แคลอรี่ ชานมไข่มุกอาจสูงถึง 300–500 แคลอรี่ ส่วนชาเขียวขวดหรือแก้วใหญ่ อยู่ที่ 200–300 แคลอรี่ การเลือกหวานน้อย หรือนมไขมันต่ำ ช่วยลดแคลอรี่ได้

น้ำอัดลม น้ำผลไม้

น้ำอัดลม 1 กระป๋อง ให้พลังงานประมาณ 140 แคลอรี่ น้ำผลไม้ 100% 1 กล่อง อยู่ที่ 120–180 แคลอรี่ แม้ดูเหมือนดีต่อสุขภาพ แต่ก็มีน้ำตาลสูง หากดื่มบ่อยอาจทำให้แคลอรี่เกินโดยไม่รู้ตัว

เครื่องดื่มสุขภาพ ที่แคลอรี่แอบสูง

สมูทตี้ น้ำผักผลไม้ปั่น หรือโยเกิร์ตพร้อมดื่ม บางสูตรให้พลังงาน 250–400 แคลอรี่ โดยเฉพาะสูตรที่ใส่น้ำผึ้ง นมข้น หรือผลไม้หวาน การอ่านฉลากและเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล คือทางเลือกที่ฉลาดกว่า

ของหวานที่หลายคนเผลอกินจนเกินแคลอรี่

ของหวานมักเป็นตัวการสำคัญของแคลอรี่ส่วนเกิน เพราะกินเพลินและมักตามมื้ออาหาร

เค้ก เบเกอรี่

เค้กชิ้นเล็ก 1 ชิ้น ให้พลังงานประมาณ 250–400 แคลอรี่ ครัวซองต์หรือโดนัทอาจสูงถึง 300–500 แคลอรี่ เนื่องจากมีทั้งน้ำตาลและไขมัน การแบ่งกิน หรือเลือกชิ้นเล็ก ช่วยลดผลกระทบต่อแคลอรี่รวมของวัน

ไอศกรีม ขนมไทย

ไอศกรีม 1 สกู๊ป อยู่ที่ประมาณ 150–200 แคลอรี่ ขนมไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง หรือขนมชั้น อาจสูงถึง 300–400 แคลอรี่ เพราะมีน้ำตาลและกะทิเป็นหลัก

ของหวานหลังมื้ออาหาร

ของหวานเล็ก ๆ หลังอาหาร แม้ดูไม่เยอะ แต่หากกินทุกมื้อ จะเพิ่มแคลอรี่สะสมอย่างรวดเร็ว การเลือกผลไม้สด หรือชาดำไม่หวาน เป็นทางเลือกที่เบากว่า

กินยังไงให้ไม่เกินแคลอรี่ต่อวัน

การควบคุมแคลอรี่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แค่ปรับพฤติกรรมเล็กน้อยก็เห็นผลได้

  • จำกัดปริมาณ ไม่จำเป็นต้องงด กินได้ทุกอย่าง แต่กินในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้ทำได้ต่อเนื่อง

  • ปรับเมนูเดิมให้แคลอรี่ลดลง ลดข้าว ลดน้ำมัน เพิ่มผัก และเลือกเนื้อไม่ติดมัน เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ได้ผลจริง

  • จับคู่การกินกับการขยับร่างกาย การออกกำลังกายช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน และทำให้การกินยืดหยุ่นมากขึ้น

เลือกเครื่องออกกำลังกายจาก Johnson ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ง่ายขึ้น อยู่บ้านก็ฟิตได้

เลือกเครื่องออกกำลังกายจาก Johnson ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ง่ายขึ้น อยู่บ้านก็ฟิตได้

การเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ผล ไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเสมอไป แค่มีเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสม ก็ช่วยให้การขยับร่างกายเป็นเรื่องง่ายขึ้น เครื่องออกกำลังกายจาก Johnson Fitness and Wellness ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่และคนที่อยากดูแลสุขภาพระยะยาว

  • ลู่วิ่งไฟฟ้า (Treadmill)
    การเดินเร็วหรือวิ่งเบา ๆ วันละ 30 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 200–400 แคลอรี่ โดยไม่ต้องออกไปเจอแดดหรือฝน

  • จักรยานออกกำลังกาย (Exercise Bike)
    เหมาะกับคนที่ต้องการออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ ปั่นต่อเนื่อง 20–30 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี่และเสริมความแข็งแรงของขา

  • เครื่องเวทหรือมัลติยิม (Strength Training)
    ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีขึ้นแม้ในวันพัก

ทริคออกกำลังกายเพื่อลดแคลอรี่ให้เห็นผล

  • ออกกำลังกายแบบ สม่ำเสมอ ดีกว่าหนักแต่ทำแค่บางวัน

  • ผสมคาร์ดิโอ + เวท เพื่อเร่งการเผาผลาญ

  • เริ่มจากเวลาสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มระดับความหนัก

  • ขยับร่างกายให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องรอเวลาออกกำลังกายเสมอ

เมื่อการออกกำลังกายทำได้ง่ายขึ้น การควบคุมแคลอรี่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และสุขภาพที่ดีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน สนใจสั่งซื้อเครื่องออกกำลังกายออนไลน์ คลิกเลย!! สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Fitness and Wellness Thailand ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand  

Instagram johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand 

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปริมาณแคลอรี่

Q: ต้องนับแคลอรี่ทุกมื้อไหม?
A: ไม่จำเป็น แค่รู้คร่าว ๆ และควบคุมเมนูหลักก็เพียงพอ

Q: ออกกำลังกายอย่างเดียวโดยไม่คุมอาหารได้ไหม?
A: เห็นผลยากกว่า ควรทำควบคู่กัน

Q: กินของหวานได้ไหมถ้าคุมแคลอรี่?
A: ได้ หากกินในปริมาณเหมาะสมและไม่บ่อย

← โพสต์เก่า

บทความ

RSS
พุงหมาน้อย พุงป่องช่วงล่าง แก้ยังไงได้บ้าง?

พุงหมาน้อย พุงป่องช่วงล่าง แก้ยังไงได้บ้าง?

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

พุงหมาน้อย หรือพุงป่องช่วงล่าง เป็นปัญหาที่หลายคนเจอ แม้จะไม่ได้อ้วนทั้งตัว แต่บริเวณท้องล่างกลับนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด สาเหตุไม่ได้มาจากไขมันเพียงอย่างเดียว

อ่านเพิ่มเติม
มือใหม่เริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บเข่า ไม่เจ็บหลัง

มือใหม่เริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บเข่า ไม่เจ็บหลัง

Johnson FitnessTH
โดย Johnson FitnessTH

การเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่ หากตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม ใช้ท่าวิ่งที่ถูกต้อง และค่อย ๆ เพิ่มความหนักอย่างเป็นขั้นตอน ลู่วิ่งช่วยควบคุมความเร็ว

อ่านเพิ่มเติม