มือใหม่เริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บเข่า ไม่เจ็บหลัง

มือใหม่เริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างปลอดภัย ไม่เจ็บเข่า ไม่เจ็บหลัง

Posted by Johnson FitnessTH on

การเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับมือใหม่ หากตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม ใช้ท่าวิ่งที่ถูกต้อง และค่อย ๆ เพิ่มความหนักอย่างเป็นขั้นตอน ลู่วิ่งช่วยควบคุมความเร็ว แรงกระแทก และสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการวิ่งกลางแจ้ง ลดความเสี่ยงอาการเจ็บเข่าและปวดหลัง โดยเฉพาะเมื่อเลือกเครื่องที่มีระบบรองรับแรงกระแทกและโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้น การวิ่งอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดี วิ่งได้ต่อเนื่อง และสนุกกับการออกกำลังกายในระยะยาว

สรุปข้อมูลสำคัญ

  • เหมาะกับใคร: ผู้เริ่มต้นวิ่ง, คนกลัวเจ็บเข่า–หลัง

  • ความเร็วเริ่มต้น: เดิน 4–5 กม./ชม., จ็อกกิ้ง 6–8 กม./ชม.

  • ระยะเวลา: 20–30 นาที/ครั้ง

  • จุดสำคัญ: วอร์มอัป–คูลดาวน์ทุกครั้ง

  • อุปกรณ์ช่วย: รองเท้าวิ่ง + ลู่วิ่งระบบลดแรงกระแทก

ทำไมมือใหม่ควรเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า

ทำไมมือใหม่ควรเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า

ลู่วิ่งไฟฟ้าเหมาะกับมือใหม่เพราะช่วยควบคุมทุกปัจจัยของการวิ่งได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความชัน หรือพื้นผิวที่สม่ำเสมอ ต่างจากการวิ่งกลางแจ้งที่อาจมีพื้นแข็ง หลุม หรือความลาดเอียงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บข้อเข่าและหลัง ลู่วิ่งยังช่วยให้ผู้เริ่มต้นโฟกัสที่ท่าวิ่งและจังหวะหายใจได้ดีขึ้น อีกทั้งสามารถหยุดหรือปรับระดับได้ทันทีหากรู้สึกไม่ไหว สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย การเริ่มจากลู่วิ่งไฟฟ้าจึงเป็นเหมือน “พื้นที่ปลอดภัย” ที่ช่วยสร้างความมั่นใจและวินัยในการวิ่งอย่างต่อเนื่อง

วิธีเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนขึ้นลู่วิ่ง

ก่อนเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า การเตรียมร่างกายให้พร้อมคือขั้นตอนที่มือใหม่ไม่ควรมองข้าม เพราะช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บเข่า ปวดหลัง หรือกล้ามเนื้อตึง ในหัวข้อนี้เราจะพาไปดูตั้งแต่การเช็กสุขภาพ การเลือกรองเท้า ไปจนถึงการวอร์มอัปที่เหมาะกับมือใหม่โดยเฉพาะ

เช็กสุขภาพเบื้องต้นของตัวเองก่อนเริ่มวิ่ง

ก่อนเริ่มวิ่ง ควรประเมินสภาพร่างกายของตัวเอง เช่น น้ำหนักตัว โรคประจำตัว อาการปวดเข่าหรือหลังที่เคยมี หากไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน หรือมีประวัติบาดเจ็บ ควรเริ่มจากการเดินเร็วแทนการวิ่ง การรู้ขีดจำกัดของร่างกายจะช่วยป้องกันการฝืนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบาดเจ็บในมือใหม่

เลือกรองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดี

รองเท้าวิ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญไม่แพ้ลู่วิ่ง ควรเลือกรองเท้าที่มีระบบซับแรงกระแทก พื้นไม่แข็งหรือบางเกินไป และเหมาะกับลักษณะเท้าของตัวเอง รองเท้าที่ดีจะช่วยลดแรงสะเทือนที่ส่งไปยังข้อเข่าและหลัง ทำให้วิ่งได้นุ่มและมั่นคงขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้รองเท้าผ้าใบทั่วไปหรือรองเท้าแฟชั่น เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว

ท่าวอร์มอัป 5–10 นาทีสำหรับมือใหม่ (เดินเร็ว + ยืดกล้ามเนื้อเบื้องต้น)

การวอร์มอัปก่อนวิ่งช่วยเตรียมกล้ามเนื้อและข้อต่อให้พร้อม ลดโอกาสบาดเจ็บ เริ่มจากการเดินช้าแล้วเพิ่มเป็นเดินเร็วบนลู่วิ่งประมาณ 5 นาที จากนั้นยืดกล้ามเนื้อเบื้องต้น เช่น น่อง ต้นขา สะโพก และหลัง ใช้เวลาอีก 5 นาที วอร์มอัปที่ดีจะทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมดออกกำลังกายอย่างนุ่มนวล ไม่กระชากหรือหักโหมเกินไป

วิธีตั้งค่าลู่วิ่งสำหรับมือใหม่ ไม่ให้หนักเกินไป

ลู่วิ่งไฟฟ้ามีฟังก์ชันให้เลือกมากมาย แต่สำหรับมือใหม่ การตั้งค่าที่เหมาะสมสำคัญกว่าความล้ำของเครื่อง หากตั้งเร็วหรือชันเกินไป อาจทำให้ร่างกายรับไม่ไหวและเกิดอาการบาดเจ็บได้ มาดูวิธีตั้งค่าความเร็ว ความชัน และโหมดการใช้งานที่ปลอดภัยและเหมาะกับการเริ่มต้นกันเลย

ความเร็วเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับการเดินและจ็อกกิ้ง

สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มเดินที่ความเร็วประมาณ 4–5 กม./ชม. เมื่อร่างกายเริ่มชินจึงเพิ่มเป็นจ็อกกิ้งเบาที่ 6–8 กม./ชม. หลักสำคัญคือยังสามารถพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้โดยไม่หอบ หากหายใจไม่ทัน แสดงว่าความเร็วสูงเกินไป การเริ่มช้าแต่สม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่า

การใช้ความชัน (Incline) แบบไหนที่ไม่ทำร้ายเข่า

มือใหม่ควรตั้ง Incline ที่ 0–1% เพื่อเลียนแบบการวิ่งบนพื้นราบจริง หลีกเลี่ยงความชันสูงในช่วงแรก เพราะจะเพิ่มแรงกดที่หัวเข่าและเอ็นร้อยหวาย เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้วจึงค่อยเพิ่มความชันในระดับต่ำ ๆ เพื่อเพิ่มความท้าทายอย่างปลอดภัย

การเลือกโหมดอัตโนมัติ vs โหมด Manual สำหรับผู้เริ่มต้น

โหมด Manual เหมาะกับมือใหม่มากที่สุด เพราะสามารถควบคุมความเร็วและความชันได้เองตามความรู้สึก ส่วนโหมดอัตโนมัติหรือโปรแกรมสำเร็จรูปควรเลือกเฉพาะโปรแกรมสำหรับ Beginner เพื่อหลีกเลี่ยงความหนักที่เกินความจำเป็น

ท่าวิ่งที่ถูกต้องบนลู่วิ่ง ช่วยลดอาการเจ็บเข่า–เจ็บหลัง

วิ่งบนลู่ไม่จำเป็นต้องท่าทางเป๊ะเหมือนนักกีฬา แค่จัดท่าให้ถูกจุด ก็ช่วยลดอาการเจ็บเข่าและปวดหลังได้มากแล้ว ต่อไปเราจะชวนคุณมาปรับท่าวิ่งง่าย ๆ ตั้งแต่การลงเท้า การวางตัว ไปจนถึงพฤติกรรมที่มือใหม่มักเผลอทำโดยไม่รู้ตัว

การลงเท้าและการก้าวขา: ไม่ก้าวยาวเกินไป

มือใหม่มักก้าวขายาวเกินไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้แรงกระแทกส่งตรงไปที่เข่า ควรลงเท้าใต้ลำตัว ก้าวสั้นแต่ถี่ขึ้น จะช่วยลดแรงกระแทกและวิ่งได้ลื่นไหลกว่า

การใช้ท่าลำตัว ศีรษะ และแขนให้สมดุล

ลำตัวควรตั้งตรง มองไปข้างหน้า ไม่ก้มคอหรือแอ่นหลัง แขนแกว่งเบา ๆ ตามจังหวะ ไม่เกร็ง การจัดท่าที่ดีจะช่วยให้วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่ปวดหลังหรือไหล่

จุดที่มือใหม่มักทำผิด

เช่น เกาะราวแน่นเกินไป ก้มมองเท้าตลอด หรือก้าวตามสายพานมากเกินไป พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้ท่าวิ่งผิดธรรมชาติและเพิ่มความเสี่ยงบาดเจ็บ

โปรแกรมวิ่งสำหรับมือใหม่ 4 สัปดาห์ (เริ่มจากเดินไปสู่จ็อกกิ้ง)

ถ้าไม่รู้จะเริ่มวิ่งยังไงดี โปรแกรมนี้ช่วยได้เลย เพราะออกแบบมาให้ค่อย ๆ ไปทีละขั้น จากเดินสบาย ๆ ไปจนถึงจ็อกกิ้งเบา ๆ แบบไม่กดดัน หัวข้อนี้จะแบ่งแผนให้ดูเป็นรายสัปดาห์ ทำตามได้ง่าย เหมาะกับมือใหม่ที่อยากเริ่มอย่างจริงจังแต่ไม่อยากหักโหม

สัปดาห์ที่ 1: เดินเร็วบนลู่วิ่งให้ร่างกายชิน

เดินเร็ว 20–30 นาที เน้นความสม่ำเสมอ 3–4 วัน/สัปดาห์

สัปดาห์ที่ 2: สลับเดิน–จ็อกเบาแบบ Interval

เดิน 3 นาที สลับจ็อก 1 นาที รวม 25–30 นาที

สัปดาห์ที่ 3: เพิ่มเวลาจ็อกกิ้ง ลดเวลาการเดิน

จ็อกกิ้ง 2–3 นาที สลับเดิน 1 นาที เพื่อเพิ่มความอึด

สัปดาห์ที่ 4: วิ่งต่อเนื่องระยะเวลาสั้น ๆ อย่างปลอดภัย

ลองวิ่งต่อเนื่อง 10–15 นาที โดยยังควบคุมความเร็วไม่ให้หอบเกินไป

ขั้นตอนคูลดาวน์และยืดเหยียดหลังวิ่งบนลู่วิ่ง

วิ่งเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบลงลู่วิ่ง เพราะช่วงท้ายสำคัญไม่แพ้ตอนเริ่ม ต่อไปนี้เราจะพาไปดูวิธีคูลดาวน์และยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่ช่วยลดอาการตึง ปวดเมื่อย และทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น พร้อมสำหรับการวิ่งครั้งต่อไป

  • ลดความเร็วลงทีละขั้น ไม่หยุดทันที หลังวิ่งควรเดินช้า 5 นาที เพื่อให้หัวใจและกล้ามเนื้อค่อย ๆ ปรับตัว

  • ท่ายืดกล้ามเนื้อขา เข่า น่อง สะโพก หลัง ยืดแต่ละท่าค้างไว้ 15–30 วินาที ช่วยลดอาการตึงและปวดเมื่อย

  • ช้เครื่องนวดหรือเก้าอี้นวดช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังวิ่ง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดความล้าได้ดี

เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะกับมือใหม่ ควรดูอะไรบ้าง?

เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่เหมาะกับมือใหม่ ควรดูอะไรบ้าง?

สำหรับมือใหม่ ลู่วิ่งที่ดีไม่จำเป็นต้องแรงที่สุด แต่ควรเป็นเครื่องที่วิ่งแล้ว “รู้สึกปลอดภัย ใช้งานง่าย และไม่ทำร้ายร่างกาย” ลองเช็กตามนี้ได้เลย

  • ขนาดสายพานต้องพอดีกับการก้าว สายพานควรกว้างและยาวพอให้ก้าวได้สบาย ไม่รู้สึกอึดอัด ช่วยให้วิ่งเป็นธรรมชาติและลดโอกาสสะดุด

  • ความเร็วสูงสุดไม่ต้องสูงมาก แต่ต้องนิ่งและสม่ำเสมอ สำหรับมือใหม่ ความเร็วระดับเดิน จ็อกกิ้งก็เพียงพอ สิ่งสำคัญคือเครื่องต้องเดินเรียบ ไม่กระตุก

  • รองรับน้ำหนักตัวได้มากกว่าน้ำหนักผู้ใช้จริง เพื่อความมั่นคงและยืดอายุการใช้งาน ควรเลือกลู่วิ่งที่รองรับน้ำหนักได้สูงกว่าน้ำหนักตัวอย่างน้อย 15–20%

  • มีระบบรองรับแรงกระแทกที่ดีต่อข้อเข่าและหลัง จุดนี้สำคัญมาก เพราะช่วยลดแรงสะเทือนจากการวิ่ง ทำให้วิ่งได้นุ่มขึ้น ไม่เจ็บเข่าง่าย

  • มีโปรแกรมวิ่งสำหรับมือใหม่ในตัวเครื่อง โปรแกรมแบบเดิน จ็อกสลับ หรือ Beginner Program ช่วยให้เริ่มวิ่งได้ง่าย ไม่ต้องคิดเองทั้งหมด

  • หน้าจอและปุ่มควบคุมใช้งานง่าย มองเห็นชัด ปรับความเร็วหรือหยุดเครื่องได้ทันที ช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยเฉพาะตอนเพิ่งเริ่มวิ่ง

  • บริการหลังการขายและการรับประกันที่ไว้ใจได้ เลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการและอะไหล่รองรับ เช่น Johnson Fitness and Wellness จะช่วยให้ใช้งานได้ยาว ๆ แบบไม่ต้องกังวล

สนใจสั่งซื้อลู่วิ่งไฟฟ้า อุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์ คลิกเลย!! ติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360

หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Fitness and Wellness ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand 

Instagram johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า

Q1: มือใหม่ควรเริ่มวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้านานแค่ไหนต่อครั้ง?
A: แนะนำเริ่มที่ประมาณ 20–30 นาทีต่อครั้งก็เพียงพอแล้วครับ อาจเริ่มจากเดินเร็วก่อน แล้วค่อยสลับจ็อกเบา ๆ เมื่อร่างกายเริ่มชิน ไม่จำเป็นต้องวิ่งนานตั้งแต่ครั้งแรก

Q2: วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าทุกวันได้ไหม?
A: สำหรับมือใหม่ ควรวิ่งประมาณ 3–4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาพักและฟื้นตัว หากรู้สึกล้าหรือปวดเมื่อย ควรหยุดพักบ้าง ไม่จำเป็นต้องฝืนทุกวัน

Q3: วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าจะทำให้เจ็บเข่ามากกว่าวิ่งข้างนอกหรือเปล่า?
A: หากตั้งค่าความเร็วเหมาะสม ใช้ท่าวิ่งถูกต้อง และเลือกลู่วิ่งที่มีระบบรองรับแรงกระแทก ลู่วิ่งไฟฟ้ามักจะนุ่มและควบคุมได้ดีกว่าวิ่งกลางแจ้ง

Q4: วิ่งแล้วจับราวลู่วิ่งตลอดได้ไหม?
A: ไม่แนะนำ การเกาะราวแน่นเกินไปทำให้ท่าวิ่งผิดธรรมชาติและอาจปวดหลังได้ ควรปล่อยแขนตามธรรมชาติ ใช้ราวเฉพาะตอนขึ้น–ลงหรือเวลาทรงตัวไม่มั่นคงเท่านั้น

Q5: ถ้ารู้สึกเจ็บเข่าหรือปวดหลัง ควรทำอย่างไร?
A: ควรหยุดวิ่งทันที ลดความเร็วเป็นเดินช้า และพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น หากอาการเจ็บเกิดซ้ำบ่อย ๆ ควรปรับความเร็ว ท่าวิ่ง หรือพิจารณาเลือกลู่วิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม

Q6: จำเป็นต้องใส่รองเท้าวิ่งทุกครั้งไหม?
A: จำเป็น รองเท้าวิ่งช่วยซับแรงกระแทกและพยุงเท้าได้ดีกว่ารองเท้าทั่วไป ช่วยลดความเสี่ยงเจ็บเข่าและข้อเท้า โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่

← Older Post Newer Post →

Blog

RSS
BowFlex SelectTech 52 ดีไหม? เช็กจุดเด่นก่อนซื้อดัมเบลปรับน้ำหนักไว้ใช้ที่บ้าน
BowFlex 552i BowFlex SelectTech 52 BowFlex SelectTech 52 ดีไหม Johnson BowFlex ซื้อดัมเบลที่ไหนดี ดัมเบล BowFlex ราคา ดัมเบลคู่เดียวเล่นได้ทั้งตัว ดัมเบลประหยัดพื้นที่ ดัมเบลปรับน้ำหนัก ดัมเบลปรับน้ำหนัก 24 กก ดัมเบลปรับน้ำหนัก BowFlex ดัมเบลปรับน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี ดัมเบลปรับน้ำหนัก ราคา ดัมเบลปรับน้ำหนักใช้ที่บ้าน ดัมเบลสร้างกล้ามที่บ้าน ดัมเบลสำหรับ Home Gym ดัมเบลสำหรับคอนโด ดัมเบลสำหรับผู้ชาย ดัมเบลสำหรับผู้หญิง ดัมเบลสำหรับมือใหม่ ดัมเบลเล่นเวทที่บ้าน อุปกรณ์ Home Gym เครื่องสร้างกล้ามเนื้อใช้ที่บ้าน

BowFlex SelectTech 52 ดีไหม? เช็กจุดเด่นก่อนซื้อดัมเบลปรับน้ำหนักไว้ใช้ที่บ้าน

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

BowFlex SelectTech 52 เป็นดัมเบลปรับน้ำหนักที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสร้างมุมเวทเทรนนิ่งไว้ที่บ้าน เพราะช่วยแทนดัมเบลหลายคู่ในอุปกรณ์เดียว ประหยัดพื้นที่ ใช้งานง่าย และปรับน้ำหนักได้ตามระดับความแข็งแรงของผู้ใช้ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จุดเด่นคือสามารถปรับน้ำหนักได้ประมาณ 2–24 กก. ต่อข้าง พร้อมระบบหมุนเลือกน้ำหนักอัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนน้ำหนักได้รวดเร็วกว่าใช้ดัมเบลหลายคู่แยกกัน เหมาะกับการฝึกแขน ไหล่ อก หลัง ขา และแกนกลางลำตัว หากคุณมีพื้นที่จำกัดแต่อยากได้อุปกรณ์เวทที่ใช้ได้หลากหลาย ดัมเบล BowFlex SelectTech 52...

Read more
ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกเกินไป คุ้มจริงไหม? เทียบให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ
ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson ลู่วิ่งไฟฟ้า ซื้อที่ไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี ลู่วิ่งไฟฟ้า ราคา ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพดี ลู่วิ่งไฟฟ้าคุ้มค่า ลู่วิ่งไฟฟ้ามอเตอร์แรง ลู่วิ่งไฟฟ้าระบบกันกระแทก ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูก ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกดีไหม ลู่วิ่งไฟฟ้าสายพานกว้าง ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับคอนโด ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับมือใหม่ ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับลดน้ำหนัก ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับวิ่งที่บ้าน ลู่วิ่งไฟฟ้าโครงสร้างแข็งแรง ลู่วิ่งไฟฟ้าใช้ในบ้าน เครื่องวิ่งออกกำลังกายที่บ้าน เครื่องวิ่งไฟฟ้าราคาถูก เลือกลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างไร

ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกเกินไป คุ้มจริงไหม? เทียบให้ชัดก่อนตัดสินใจซื้อ

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

ลู่วิ่งไฟฟ้าราคาถูกดูเหมือนคุ้มในตอนซื้อ เพราะจ่ายน้อยกว่าและเริ่มออกกำลังกายที่บ้านได้ทันที แต่หากสเปกไม่เหมาะกับการใช้งานจริง เช่น มอเตอร์เล็กเกินไป สายพานแคบ โครงสร้างไม่มั่นคง ระบบกันกระแทกไม่ดี หรือไม่มีบริการหลังการขาย ก็มีโอกาสกลายเป็น “ไม่คุ้ม” ในระยะยาว เพราะใช้งานแล้วไม่มั่นใจ เสียงดัง เครื่องสั่น ซ่อมยาก หรือเลิกใช้ไปในที่สุด ลู่วิ่งไฟฟ้าคุณภาพดีจึงเหมาะกับคนที่ต้องการใช้ออกกำลังกายจริงทุกวัน ต้องการความปลอดภัย ความทนทาน และประสบการณ์การวิ่งที่ดีกว่า โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้สูงอายุ คนที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือครอบครัวที่ใช้งานร่วมกัน...

Read more