ข้อเข่าเสื่อม ภัยใกล้ตัวของคนไทยยุคนี้

ข้อเข่าเสื่อม ภัยใกล้ตัวของคนไทยยุคนี้

Posted by Johnson FitnessTH on

ข้อเข่าเสื่อม คือภาวะที่ข้อเข่าค่อย ๆ เสื่อมลงจากการใช้งาน อายุ น้ำหนักตัว หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าฝืด มีเสียงในข้อ ลุกนั่งลำบาก หรือเดินขึ้นลงบันไดได้ไม่เหมือนเดิม แม้จะพบมากในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันคนวัยทำงานก็เริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะนั่งนาน เคลื่อนไหวน้อย น้ำหนักเกิน หรือออกกำลังกายผิดวิธี ข่าวดีคือเราสามารถดูแลข้อเข่าให้แข็งแรงได้นานขึ้น ด้วยการควบคุมน้ำหนัก เสริมกล้ามเนื้อรอบเข่า และเลือกออกกำลังกายแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีระบบรองรับแรงกระแทก

สรุปข้อมูลสำคัญ

  • โรคคืออะไร: ภาวะเสื่อมของข้อเข่า ทำให้ปวด ฝืด บวม และเคลื่อนไหวลำบาก

  • พบบ่อยแค่ไหน: ทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมประมาณ 528 ล้านคนในปี 2019 และข้อเข่าเป็นตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุด ราว 365 ล้านคน

  • ในไทยน่ากังวลไหม: งานศึกษาระดับประเทศในผู้สูงอายุไทยพบภาวะข้อเข่าเสื่อมแบบมีอาการ 53.8% ของกลุ่มตัวอย่างอายุ 60 ปีขึ้นไป

  • ใครเสี่ยง: ผู้สูงอายุ ผู้หญิงหลังวัย 50 ปี ผู้ที่น้ำหนักเกิน เคยบาดเจ็บเข่า หรือใช้ข้อเข่าซ้ำ ๆ 

  • ดูแลได้อย่างไร: คุมน้ำหนัก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลือกกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ และใช้อุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทก

ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร และทำไมคนไทยเป็นมากขึ้น

ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร และทำไมคนไทยเป็นมากขึ้น

ข้อเข่าเสื่อมคือภาวะที่โครงสร้างภายในข้อเข่าค่อย ๆ เสื่อมลง ไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อน หมอนรองข้อ เยื่อบุข้อ เอ็น หรือกล้ามเนื้อรอบเข่า เมื่อข้อเข่ารับแรงกดและแรงกระแทกสะสมเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดอาการปวด ฝืด บวม หรือเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องเหมือนเดิม

ปัจจุบันคนไทยมีแนวโน้มเผชิญปัญหานี้มากขึ้น เพราะหลายคนใช้ชีวิตแบบนั่งนาน ขยับตัวน้อย น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น หรือออกกำลังกายบนพื้นแข็งโดยไม่รู้วิธีดูแลข้อเข่าอย่างถูกต้อง ข้อเข่าเสื่อมจึงไม่ได้เป็นเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวของวัยทำงาน คนรักสุขภาพ และทุกคนที่ต้องใช้ข้อเข่าในชีวิตประจำวัน

สถานการณ์ข้อเข่าเสื่อมในไทยและทั่วโลก

ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้ทั่วโลก องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่าในปี 2019 มีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมทั่วโลกประมาณ 528 ล้านคน และข้อเข่าเป็นตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุด ประมาณ 365 ล้านคน โดยพบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

สำหรับประเทศไทย ปัญหาข้อเข่าเสื่อมก็น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต น้ำหนักตัว และการเคลื่อนไหวที่ลดลง ข้อเข่าจึงต้องรับภาระมาก การเริ่มดูแลข้อเข่าตั้งแต่วันนี้จึงสำคัญมาก เพราะช่วยให้เดิน คล่องตัว และใช้ชีวิตได้ดีในระยะยาว

ใครบ้างที่เสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

  • ผู้สูงอายุ เพราะข้อเข่าผ่านการใช้งานมานาน ทำให้กระดูกอ่อนและโครงสร้างรอบข้อค่อย ๆ เสื่อมลงตามวัย

  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน เพราะข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากขึ้นทุกครั้งที่ยืน เดิน วิ่ง หรือขึ้นลงบันได

  • ผู้หญิงหลังวัย 50 ปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมนอาจส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและข้อ

  • คนที่เคยบาดเจ็บบริเวณเข่า เช่น เอ็นเข่าฉีก หมอนรองเข่าบาดเจ็บ หรือเคยผ่าตัดข้อเข่า ทำให้ข้อเข่ามีโอกาสเสื่อมเร็วกว่าปกติ

  • คนที่ต้องใช้เข่าหนักเป็นประจำ เช่น ยืนนาน เดินมาก ขึ้นลงบันไดบ่อย ยกของหนัก หรือนั่งยอง ๆ คุกเข่าเป็นเวลานาน

  • คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย เพราะกล้ามเนื้อรอบเข่าไม่แข็งแรงพอที่จะช่วยพยุงข้อ ทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงโดยตรงมากขึ้น

  • คนที่ออกกำลังกายผิดวิธีหรือมีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่งบนพื้นแข็งโดยไม่มีการรองรับแรงกระแทก หรือฝืนออกกำลังกายหนักเกินไปโดยไม่วอร์มอัป

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นข้อเข่าเสื่อม เพราะพันธุกรรมอาจมีส่วนทำให้บางคนมีความเสี่ยงต่อภาวะข้อเสื่อมมากกว่าคนทั่วไป

อาการข้อเข่าเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

อาการข้อเข่าเสื่อมที่ไม่ควรมองข้าม

  • ปวดเข่าเวลาเดินหรือยืนนาน โดยเฉพาะหลังใช้งานเข่าต่อเนื่อง เช่น เดินช้อปปิง ทำงานบ้าน หรือยืนนานทั้งวัน

  • ปวดเข่าเวลาขึ้นลงบันได เพราะข้อเข่าต้องรับแรงมากกว่าการเดินบนพื้นราบ ทำให้รู้สึกเจ็บหรือเสียวบริเวณเข่าได้ง่าย

  • เข่าฝืดหลังตื่นนอนหรือนั่งนาน ๆ เมื่อลุกขึ้นเดินอาจรู้สึกขัด ๆ ตึง ๆ ต้องขยับสักพักถึงจะเดินได้คล่องขึ้น

  • มีเสียงกรอบแกรบในข้อเข่า เวลาเดิน งอเข่า เหยียดเข่า หรือลุกนั่ง อาจเป็นสัญญาณว่าผิวข้อเริ่มไม่เรียบเหมือนเดิม

  • เข่าบวมหรือรู้สึกร้อนบริเวณข้อเข่า โดยเฉพาะหลังใช้งานหนัก อาจเกิดจากการอักเสบภายในข้อ

  • ลุกนั่งลำบาก เช่น ลุกจากเก้าอี้ ลุกจากพื้น หรือนั่งยอง ๆ แล้วรู้สึกเจ็บเข่ามากกว่าปกติ

  • เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่สุด ทำให้การเดิน การนั่ง หรือการขึ้นลงบันไดไม่คล่องตัวเหมือนเดิม

  • รู้สึกเข่าไม่มั่นคงหรือเข่าทรุด บางครั้งเหมือนขาไม่มีแรง หรือกลัวล้มเวลาเดินบนพื้นต่างระดับ

  • เดินได้น้อยลงเพราะปวดเข่า จากที่เคยเดินไกลได้ อาจเริ่มต้องหยุดพักบ่อยขึ้น หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้เข่า

  • ปวดเข่าแม้ไม่ได้ใช้งานหนัก หากเริ่มปวดแม้ตอนพัก หรือตอนกลางคืน ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น

พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น

  • นั่งยอง คุกเข่า หรือพับเพียบบ่อย ๆ ทำให้เข่ารับแรงกดมากกว่าปกติ

  • ขึ้นลงบันไดเป็นประจำ เพิ่มแรงกดและแรงเสียดสีที่ข้อเข่า

  • ยืนนานหรือเดินนานเกินไป ทำให้ข้อเข่ารับภาระต่อเนื่อง

  • น้ำหนักตัวเกิน ยิ่งน้ำหนักมาก ข้อเข่ายิ่งทำงานหนัก

  • ยกของหนักบ่อย ๆ เพิ่มแรงกดลงที่ข้อเข่า

  • วิ่งหรือกระโดดบนพื้นแข็ง ทำให้เกิดแรงกระแทกสะสม

  • ใส่รองเท้าที่ไม่ซัพพอร์ตเท้า ทำให้แรงกระแทกส่งถึงเข่ามากขึ้น

  • ไม่ค่อยออกกำลังกาย กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง พยุงข้อได้น้อยลง

  • ฝืนใช้เข่าทั้งที่มีอาการปวด อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นในระยะยาว

 

ออกกำลังกายอย่างไร ไม่ทำร้ายข้อเข่า

การออกกำลังกายเป็นเรื่องดีต่อข้อเข่า หากเลือกวิธีที่เหมาะสม เพราะกล้ามเนื้อรอบเข่าที่แข็งแรงจะช่วยพยุงข้อ ลดแรงกด และทำให้เคลื่อนไหวได้มั่นคงขึ้น สำหรับคนที่กังวลเรื่องข้อเข่า ควรเลือกกิจกรรมแรงกระแทกต่ำ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะเบา ๆ หรือเดินบนลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีระบบรองรับแรงกระแทก

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเริ่มหนักเกินไป ควรวอร์มอัปก่อนออกกำลังกายทุกครั้ง เริ่มจากความเร็วหรือความเข้มข้นต่ำ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับตามความพร้อมของร่างกาย หากมีอาการปวดเข่าระหว่างออกกำลังกาย ควรหยุดพักและสังเกตอาการ การออกกำลังกายที่ดีไม่ใช่การฝืนให้เหนื่อยที่สุด แต่คือการทำอย่างสม่ำเสมอและปลอดภัยต่อร่างกาย

ทำไม “แรงกระแทก” ถึงเป็นตัวการทำร้ายข้อเข่า

แรงกระแทกเกิดขึ้นทุกครั้งที่เท้าสัมผัสพื้น ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือกระโดด หากพื้นผิวแข็งมาก เช่น พื้นคอนกรีต พื้นถนน หรือพื้นกระเบื้อง แรงสะท้อนจากพื้นจะส่งกลับขึ้นมาที่เท้า ข้อเท้า เข่า สะโพก และหลัง ยิ่งถ้าวิ่งซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ข้อเข่าก็ยิ่งต้องรับแรงมากขึ้น

สำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวมาก กล้ามเนื้อรอบเข่าไม่แข็งแรง หรือเคยบาดเจ็บบริเวณเข่า แรงกระแทกอาจทำให้ปวดเข่าง่ายขึ้น แม้การเดินหรือวิ่งจะดีต่อสุขภาพ แต่ควรเลือกพื้นที่หรืออุปกรณ์ที่ช่วยลดแรงกระแทก เพื่อให้ร่างกายได้ออกกำลังกายอย่างปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลข้อเข่าในระยะยาว

วิธีเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าให้ปลอดภัยต่อข้อเข่า

  • เลือกรุ่นที่มีระบบรองรับแรงกระแทก ช่วยลดแรงสะเทือนจากการเดินหรือวิ่ง

  • พื้นสายพานกว้างและยาวพอเหมาะ ทำให้เดินหรือวิ่งได้มั่นคง ไม่ก้าวพลาดง่าย

  • โครงสร้างแข็งแรง ไม่สั่นไหว เพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

  • ปรับความเร็วได้ละเอียด เริ่มเดินช้า ๆ ได้ เหมาะกับมือใหม่หรือคนที่กังวลเรื่องเข่า

  • มีปุ่มหยุดฉุกเฉินและราวจับ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องการหยุดหรือทรงตัว

  • เลือกมอเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งาน หากใช้บ่อยควรเลือกรุ่นที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ดี

  • ปรับความชันได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรเริ่มจากความชันสูง เพราะอาจเพิ่มภาระให้ข้อเข่า

  • เลือกแบรนด์ที่มีบริการหลังการขาย เพื่อให้มั่นใจเรื่องการดูแล ซ่อมบำรุง และอะไหล่ในระยะยาว

 

แนะนำลู่วิ่งที่ช่วยลดแรงกระแทกจาก Johnson

สำหรับคนที่อยากเดินหรือวิ่งที่บ้าน แต่กังวลเรื่องข้อเข่า แนะนำเลือกลู่วิ่งจาก Johnson ที่มี ระบบรองรับแรงกระแทก โดยรุ่นที่น่าสนใจ ได้แก่

  • Horizon Omega Z เหมาะกับคนที่อยากได้ลู่วิ่งสำหรับเดินเร็ว วิ่งคาร์ดิโอ หรือซ้อมจริงจังที่บ้าน รุ่นนี้มีสายพานขนาด 53 x 140 ซม. พร้อมระบบกันกระแทก Variable Cushioning System ช่วยให้การลงเท้านุ่มนวลขึ้น ปรับความเร็วได้ 0.8–20 กม./ชม. และรองรับน้ำหนักผู้ใช้สูงสุด 159 กก. 

  • Horizon T202 เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่วิ่งกว้างและใช้งานได้ทั้งเดิน วิ่งเบา ๆ ไปจนถึงคาร์ดิโอจริงจัง จุดเด่นคือสายพานขนาด 50 x 152 ซม. ระบบกันกระแทก Variable Cushioning System ช่วยลดแรงกระแทกจากการลงเท้า และรองรับน้ำหนักผู้ใช้สูงสุด 147 กก. 

  • Horizon T101 เหมาะกับผู้เริ่มต้น คนในครอบครัว หรือผู้ที่เน้นเดินออกกำลังกายเป็นประจำ รุ่นนี้มีระบบรองรับแรงกระแทก Variable Response Cushioning ความเร็ว 0.8–16 กม./ชม. และรองรับน้ำหนักผู้ใช้สูงสุด 124 กก. จึงเหมาะกับการใช้งานในบ้านแบบสบาย ๆ 

ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด เพราะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับน้ำหนักตัว พฤติกรรมการใช้ชีวิต การนั่งนาน การเคลื่อนไหวน้อย และการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ ก็มีโอกาสช่วยลดอาการปวด ชะลอความเสื่อม และทำให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นในระยะยาว

สำหรับใครที่อยากออกกำลังกายที่บ้านอย่างปลอดภัยต่อข้อเข่า ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson Fitness and Wellness คือผู้ช่วยที่ตอบโจทย์ ด้วยระบบรองรับแรงกระแทก ใช้งานง่าย และเหมาะกับการเดินหรือวิ่งเพื่อสุขภาพในทุกวัน ให้คุณเริ่มดูแลหัวใจ รูปร่าง และข้อเข่าไปพร้อมกัน เพราะสุขภาพที่ดี เริ่มได้จากทุกก้าวที่ปลอดภัยกว่าเดิม สนใจเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

หากไม่มั่นใจว่าเลือกซื้อลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นไหนดี สามารถปรึกษาทีม Johnson โทร 02-751-9360 หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com เพื่อเปรียบเทียบรุ่น งบประมาณ และพื้นที่ติดตั้งก่อนตัดสินใจซื้อได้เลย 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Health Tech Thailand ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand 

Instagram johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/osteoarthritis/

https://www.cdc.gov/arthritis/osteoarthritis/index.html

คำถามที่พบบ่อย 

Q: ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร ?
A: เกิดจากข้อเข่าเสื่อมลงตามอายุ การใช้งานหนัก น้ำหนักเกิน การบาดเจ็บ หรือกล้ามเนื้อรอบเข่าไม่แข็งแรง

Q: เป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วออกกำลังกายได้ไหม ?
A: ออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกแบบแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือลู่วิ่งที่มีระบบซับแรงกระแทก

Q: วิ่งทำให้ข้อเข่าเสื่อมไหม ?
A: การวิ่งไม่ได้ทำให้เข่าเสื่อมเสมอไป แต่ถ้าวิ่งหนัก บนพื้นแข็ง หรือรองเท้าไม่เหมาะ อาจเพิ่มภาระให้ข้อเข่าได้

Q: ผู้สูงอายุใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าได้ไหม ?
A: ใช้ได้ หากเริ่มจากความเร็วต่ำ มีราวจับ ปุ่มหยุดฉุกเฉิน และเลือกลู่วิ่งที่ช่วยลดแรงกระแทก

Q: ควรเลือกลู่วิ่งแบบไหนถ้ากังวลเรื่องเข่า ?
A: ควรเลือกรุ่นที่มีระบบรองรับแรงกระแทก พื้นสายพานมั่นคง ปรับความเร็วได้ละเอียด และมีระบบความปลอดภัยครบถ้วน

← Older Post Newer Post →

Blog

RSS
Category_บทความ

คนที่มีน้ำหนักเกิน อยากจะเริ่มต้นวิ่งต้องทำอย่างไร

By marketing

สำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนักและยังไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร การวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดและทำได้เลยที่บ้านคุณ วันนี้เรามาดูกันว่าอยากเริ่มต้นวิ่งเพื่อการลดน้ำหนักควรทำอย่างไรบ้าง ✔ 1. สำรวจตัวเองก่อน ▶ สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินนั้น หากจู่ๆ จะมาวิ่งเลยนั้น อาจจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เช่น เป็นโรคหัวใจหรือไม่ หรือการที่มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไปก็จะส่งผลเสียกับข้อต่อของคุณ ดังนั้นหากคุณจะเริ่มต้นวิ่ง คุณอาจจะไปพบแพทย์ เพื่อตรวจโรคต่างๆ เช่น ตรวจโรคหัวใจ ความดัน โรคไขมันอุดตัน ซึ่งโรคเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดผลค้างเคียงที่ร้ายแรง ก็เป็นได้ รวมไปถึง คุณหมออาจะแนะนำวิธีการวิ่งให้กับคุณก็เป็นได้...

Read more
Category_บทความ

10 ข้อดีของการมีลู่วิ่งไฟฟ้าภายในบ้าน

By KTn develop

      10 ข้อดีของการมีลู่วิ่งไฟฟ้าภายในบ้าน โลกที่เปลี่ยนไปการรักษาสุขภาพ   จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง New Generation ยุคใหม่จึงมองหาการออกกำลังกายที่สะดวกสบายให้กับตัวเอง วันนี้ Johnson Health Tech Thailand มาแบ่งปัน 10 ข้อดีของการมีลู่วิ่งไฟฟ้าภายในบ้านมากฝากกันค่ะ   1. จะร้อนหรือฝนก็วิ่งได้   คุณจะไม่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการรักษาสุขภาพของคุณ เช่น...

Read more