10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปยิม เล่นที่บ้านก็เฟิร์มได้!

10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปยิม เล่นที่บ้านก็เฟิร์มได้!

Posted by Johnson FitnessTH on

ในยุคที่เวลามีค่าและการเดินทางไปยิมอาจไม่สะดวกสำหรับหลายคน การออกกำลังกายที่บ้านด้วยดัมเบลเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยเผาผลาญไขมันและเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอ 10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลที่สามารถทำได้ที่บ้าน เพื่อให้คุณมีหุ่นเฟิร์มโดยไม่ต้องไปยิม

10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบล

10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปยิม เล่นที่บ้านก็เฟิร์มได้!

1. Goblet Squat เบิร์นไขมันพร้อมสร้างขาเฟิร์ม

Goblet Squat เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อต้นขาและก้น พร้อมทั้งช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการทำคือ:

  1. ยืนแยกเท้ากว้างเท่าช่วงสะโพก ถือดัมเบลด้วยสองมือที่ระดับอก

  2. ย่อตัวลงเหมือนนั่งเก้าอี้ โดยให้หลังตรงและเข่าไม่เลยปลายเท้า

  3. ดันตัวขึ้นกลับสู่ท่ายืน ทำซ้ำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างกล้ามเนื้อขาและก้น แต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อสะโพกและข้อเข่า

2. Dumbbell Shoulder Press ไหล่สวย แขนกระชับ

Dumbbell Shoulder Press เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อไหล่และแขน ทำให้ไหล่ดูกว้างและแขนกระชับ วิธีการทำคือ:

  1. นั่งหรือยืนตรง ถือดัมเบลทั้งสองข้างที่ระดับไหล่ ฝ่ามือหันออกด้านหน้า

  2. ดันดัมเบลขึ้นเหนือศีรษะจนแขนเหยียดตรง

  3. ลดดัมเบลกลับมาที่ระดับไหล่ ทำซ้ำ 10-12 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไหล่และแขน ทำให้รูปร่างส่วนบนดูสมส่วน

 

3. Dumbbell Deadlift ปั้นก้นเด้ง ขาแข็งแรง

Dumbbell Deadlift เป็นท่าที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง ก้น และขา ช่วยให้ขาแข็งแรงและก้นกระชับ วิธีการทำคือ:

  1. ยืนแยกเท้ากว้างเท่าช่วงสะโพก ถือดัมเบลทั้งสองข้างด้านหน้าต้นขา

  2. งอสะโพกและเข่าเล็กน้อย ก้มตัวลงโดยให้หลังตรงและดัมเบลเลื่อนลงมาตามขา

  3. ยกตัวขึ้นกลับสู่ท่ายืน ทำซ้ำ 10-12 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง ขา และก้น ทำให้รูปร่างดูสมส่วน

4. Bent-over Dumbbell Row หลังสวยเป็นเส้น ใส่เสื้อไหนก็มั่นใจ

Bent-over Dumbbell Row เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง ทำให้หลังดูเป็นเส้นสวยงาม วิธีการทำคือ:

  1. ยืนแยกเท้ากว้างเท่าช่วงสะโพก งอเข่าเล็กน้อย ก้มตัวไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา ถือดัมเบลทั้งสองข้าง ปล่อยแขนลง

  2. ดึงดัมเบลขึ้นมาที่ระดับเอว โดยบีบสะบักเข้าหากัน

  3. ลดดัมเบลกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังส่วนกลางและบน ทำให้หลังดูสวยงามและแข็งแรง

5. Bulgarian Split Squat ยืนขาเดียว แต่เบิร์นแรงสองเท่า!

Bulgarian Split Squat เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาและก้น พร้อมทั้งเพิ่มความสมดุลของร่างกาย วิธีการทำคือ:

  1. ยืนหันหลังให้ม้านั่ง วางเท้าข้างหนึ่งบนม้านั่ง ถือดัมเบลทั้งสองข้าง

  2. ย่อตัวลงโดยให้เข่าข้างหน้าทำมุม 90 องศา

  3. ดันตัวขึ้นกลับสู่ท่ายืน ทำซ้ำ 10-12 ครั้งต่อขาแต่ละข้าง

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของขาและก้น พร้อมทั้งพัฒนาความสมดุลของร่างกาย

6. Dumbbell Chest Press อกแน่น สร้างกล้ามหน้าอกง่าย ๆ ที่บ้าน

Dumbbell Chest Press เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าอก ทำให้อกดูแน่นและกระชับ วิธีการทำคือ:

  1. นอนหงายบนม้านั่ง ถือดัมเบลทั้งสองข้างที่ระดับอก ฝ่ามือหันออกด้านหน้า

  2. ดันดัมเบลขึ้นจนแขนเหยียดตรง

  3. ลดดัมเบลกลับมาที่ระดับอก ทำซ้ำ 10-12 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าอกและแขน ทำให้อกดูเต็มและกระชับ

7. Dumbbell Bicep Curl แขนเฟิร์ม ไม่ย้วย ทำได้ใน 5 นาที

Dumbbell Bicep Curl เป็นท่าที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าแขน (Biceps) ทำให้แขนดูเฟิร์มและกระชับ วิธีการทำคือ:

  1. ยืนตรง แยกเท้ากว้างเท่าสะโพก ถือดัมเบลทั้งสองข้าง ปล่อยแขนแนบลำตัว ฝ่ามือหันไปข้างหน้า

  2. งอข้อศอก ยกดัมเบลขึ้นมาที่ระดับไหล่ โดยไม่ขยับส่วนอื่นของร่างกาย

  3. ค่อย ๆ ลดดัมเบลกลับสู่ท่าเริ่มต้น ทำซ้ำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าแขน ทำให้แขนดูเฟิร์มและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันบริเวณแขนและเพิ่มความแข็งแรง

8. Dumbbell Triceps Kickback แขนเล็กกระชับ ปลดล็อกปีกไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

Dumbbell Triceps Kickback เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังแขน (Triceps) ทำให้แขนดูเล็กและกระชับ วิธีการทำคือ:

  1. ยืนแยกเท้ากว้างเท่าช่วงสะโพก งอเข่าเล็กน้อย ก้มตัวไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา ถือดัมเบลทั้งสองข้าง ปล่อยแขนลง

  2. งอข้อศอก ยกดัมเบลขึ้นมาที่ระดับเอว

  3. เหยียดแขนออกด้านหลังจนตรง แล้วงอข้อศอกกลับมาที่ระดับเอว ทำซ้ำ 12-15 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังแขน ทำให้แขนดูเล็กและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันบริเวณหลังแขนและเพิ่มความแข็งแรง

 

9. Dumbbell Russian Twist หน้าท้อง V-shape หมุนซ้ายขวาเอวเอส

Dumbbell Russian Twist เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง (Obliques) ทำให้เอวดูเล็กและมีรูปทรง V-shape วิธีการทำคือ:

  1. นั่งบนพื้น งอเข่าเล็กน้อย ถือดัมเบลด้วยสองมือที่ระดับอก เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย

  2. หมุนลำตัวไปทางซ้าย โดยให้ดัมเบลเคลื่อนที่ตามลำตัว

  3. หมุนกลับมาที่กลาง แล้วหมุนไปทางขวา ทำซ้ำสลับกัน 20-30 ครั้งต่อเซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง ทำให้เอวดูเล็กและกระชับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดไขมันบริเวณเอวและสร้างรูปร่างที่สวยงาม

10. Dumbbell Farmer’s Walk กล้ามเนื้อแน่น เดินถือดัมเบลก็เป็นการออกกำลังกาย

Dumbbell Farmer’s Walk เป็นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งแขน ไหล่ หลัง และขา วิธีการทำคือ:

  1. ยืนตรง แยกเท้ากว้างเท่าช่วงสะโพก ถือดัมเบลหนัก ๆ ทั้งสองข้าง ปล่อยแขนแนบลำตัว

  2. เดินไปข้างหน้าในระยะทางที่กำหนด หรือเดินเป็นเวลา 30-60 วินาที

  3. พักแล้วทำซ้ำ 2-3 เซ็ต

ท่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมกัน และยังช่วยเพิ่มความทนทานของร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบในเวลาจำกัด

อุปกรณ์ที่ควรมีในการออกกำลังกายด้วยดัมเบล

10 ท่าออกกำลังกายด้วยดัมเบลสำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปยิม เล่นที่บ้านก็เฟิร์มได้!

การออกกำลังกายด้วยดัมเบลที่บ้านเป็นวิธีที่สะดวกและมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย เพื่อให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ต่อไปนี้คืออุปกรณ์ที่ควรมีในการออกกำลังกายด้วยดัมเบล

ม้านั่งออกกำลังกาย

ม้านั่งออกกำลังกาย BowFlex 5.1S เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมที่บ้าน ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายและการออกแบบที่ประหยัดพื้นที่ ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย

คุณสมบัติหลักของ BowFlex 5.1S Adjustable Weight Bench:

  • ปรับระดับได้ 6 ตำแหน่ง: สามารถปรับมุมได้ที่ 30°, 45°, 60°, 90°, แนวราบ และลาดลง ช่วยให้คุณสามารถฝึกท่าออกกำลังกายที่หลากหลาย

  • การออกแบบประหยัดพื้นที่: ด้วยระบบพับเก็บที่ง่าย สามารถลดพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่า 50% เมื่อไม่ใช้งาน

  • โครงสร้างแข็งแรงทนทาน: รองรับน้ำหนักผู้ใช้รวมกับน้ำหนักอุปกรณ์ได้สูงสุดถึง 272 กิโลกรัม (600 ปอนด์)

  • ขาเหล็กยึดที่ถอดออกได้: ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการฝึก และสามารถถอดออกได้เมื่อไม่ต้องการใช้งาน

  • ล้อเคลื่อนย้ายสะดวก: มีล้อที่ช่วยให้การเคลื่อนย้ายม้านั่งเป็นไปอย่างง่ายดาย

ข้อมูลจำเพาะ:

  • ขนาดเมื่อประกอบ: ยาว 155.6 ซม. x กว้าง 71.3 ซม. x สูง 125.8 ซม.

  • ขนาดเมื่อพับเก็บ: ยาว 60.6 ซม. x กว้าง 71.3 ซม. x สูง 132.9 ซม.

  • น้ำหนัก: 27 กิโลกรัม

ด้วยคุณสมบัติที่ครบครันและการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานในบ้าน BowFlex 5.1S Adjustable Weight Bench จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับการออกกำลังกายที่บ้าน

ชุดดัมเบล

ดัมเบลปรับน้ำหนัก BowFlex 552i เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมที่บ้าน ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกาย

คุณสมบัติหลักของ BowFlex 552i:

  • ปรับน้ำหนักได้ตั้งแต่ 2 ถึง 24 กิโลกรัม: ช่วยให้คุณสามารถเลือกน้ำหนักที่เหมาะสมกับการออกกำลังกายแต่ละประเภทได้อย่างง่ายดาย

  • การปรับน้ำหนักที่รวดเร็วและง่ายดาย: ด้วยระบบการปรับน้ำหนักที่ทันสมัย คุณสามารถเปลี่ยนน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การออกกำลังกายต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

  • การออกแบบกะทัดรัด: ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด

  • วัสดุคุณภาพสูง: เพิ่มความทนทานและความปลอดภัยในการใช้งาน

ข้อมูลจำเพาะ:

  • ขนาดต่อข้างดัมเบล: ยาว 43 ซม. x กว้าง 21.1 ซม. x สูง 22.8 ซม.

  • น้ำหนักเมื่อประกอบดัมเบล: 24.8 กิโลกรัม

ด้วยคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นและการออกแบบที่ทันสมัย BowFlex 552i จะช่วยให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สนใจสั่งซื้อชุดดัมเบล อุปกรณ์ออกกำลังกายออนไลน์ คลิกเลย!! ติดต่อสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม โทรศัพท์: 02-751-9360

หรือ 090-090-6797 อีเมล jhtthailand@johnsonfitness.com

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นเด็ดจาก จาก Johnson Health Tech Thailand ได้ที่

Facebook: Johnson Health Tech Thailand 

Instagram johnsonfitnessth

Line: Johnson Health TH

YouTube: Johnson Health Tech Thailand

 

← Older Post Newer Post →

Blog

RSS
กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? เริ่มดูแลกล้ามเนื้อก่อนอายุมากขึ้น
Sarcopenia Sarcopenia คือ Strength Training กล้ามเนื้อน้อย กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม กล้ามเนื้อลดลง กล้ามเนื้อลดลงตามวัย ประโยชน์ของการเล่นเวท ผู้สูงอายุกล้ามเนื้อน้อย ผู้สูงอายุเล่นเวท ภาวะกล้ามเนื้อพร่อง ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย มวลกล้ามเนื้อน้อย มวลกล้ามเนื้อลดลง วิธีรักษามวลกล้ามเนื้อ วิธีเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ สร้างกล้ามเนื้อผู้สูงอายุ สร้างกล้ามเนื้อวัย 40 ออกกำลังกายรักษามวลกล้ามเนื้อ ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อ อายุ 50 เล่นเวท อายุเยอะกล้ามเนื้อลดลง เล่นเวทกี่ครั้งต่อสัปดาห์ เล่นเวทผู้สูงอายุ เล่นเวทวัย 40 เวทเทรนนิ่ง

กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? เริ่มดูแลกล้ามเนื้อก่อนอายุมากขึ้น

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

กล้ามเนื้อน้อยอันตรายไหม? หากมวลกล้ามเนื้อลดลงเพียงเล็กน้อย อาจยังไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน แต่เมื่อสูญเสียทั้งมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงมากขึ้น อาจทำให้เดินช้าลง ลุกนั่งลำบาก ทรงตัวไม่ดี และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ในบางคนอาจพัฒนาไปสู่ ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือ Sarcopenia แม้การสูญเสียกล้ามเนื้อจะพบได้มากขึ้นตามวัย แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องรอให้อายุมากก่อนจึงค่อยเริ่มดูแล เพราะการรักษามวลกล้ามเนื้อควรเริ่มตั้งแต่วัยผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะ เคลื่อนไหวน้อย หรือไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ การดูแลกล้ามเนื้อตั้งแต่วันนี้จะช่วยสร้าง “ความแข็งแรง” ให้ร่างกาย เมื่ออายุมากขึ้นจึงมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดี ทรงตัวได้มั่นคง และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระมากกว่าเดิม...

Read more
อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน เพื่อรักษากล้ามเนื้อและสุขภาพหัวใจ
Cardio Exercise Strength Training การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ คนอายุ 40 ออกกำลังกาย คาร์ดิโอวัย 40 ตารางออกกำลังกายวัย 40 วัย 40 ออกกำลังกายอย่างไร สร้างกล้ามเนื้อวัย 40 ออกกำลังกายรักษากล้ามเนื้อ ออกกำลังกายลดพุงวัย 40 ออกกำลังกายวัย 40 ออกกำลังกายสำหรับคนวัย 40 ออกกำลังกายหลัง 40 ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพหัวใจ อายุ 40 ควรออกกำลังกายกี่นาที อายุ 40 ควรออกกำลังกายกี่วัน อายุ 40 ควรออกกำลังกายแบบไหน อายุ 40 เล่นเวทได้ไหม เวทเทรนนิ่งวัย 40 โปรแกรมออกกำลังกายวัย 40

อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน เพื่อรักษากล้ามเนื้อและสุขภาพหัวใจ

Johnson FitnessTH
By Johnson FitnessTH

อายุ 40+ ควรออกกำลังกายแบบไหน? แนวทางที่เหมาะสมคือการออกกำลังกายแบบผสมผสาน ทั้ง Cardio Exercise, Strength Training, Flexibility Exercise และ Balance Exercise เพื่อดูแลสุขภาพหัวใจ รักษามวลกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะ Cardio และ Strength Training ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ สำหรับผู้ใหญ่ควรทำกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางประมาณ...

Read more