ปวดหลังบอกอะไร

รู้หรือไม่...อาการปวดหลัง…ร่างกายบ่งบอกอะไรบ้าง ?

Posted by พชระ ยะเกษม on

หลายๆท่านคงสงสัยกับร่างกายของตัวเอง ทำไมจู่ๆถึงปวดเมื่อยทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงหรือออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง แต่กลับรู้สึกปวดเมื่อยในจุดนั้นๆ ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้กับุทกท่านและอาการปวดเมื่อยแต่ละจุดนั้นร่างกายกำลังจะบอกอะไรกับเรา

อาการปวดเมื่อยเป็นสิ่งที่คอยขัดขวางการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานเป็นอย่างมาก ทำให้เราไม่สามารถใช้แรงหรือทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาการปวดเมื่อยนั้นเป็นสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อเตือนว่ามีบางอย่างผิดปกติกับร่างกายของเรา

ทำไมเราจึงมีอาการปวดทางร่างกาย

อาการปวดเป็นกลไกการป้องกันที่คอยแจ้งเตือนเราถึงอันตราย โดยจะถูกควบคุมจากระบบประสาทที่มีความซับซ้อนมากไปกระตุ้นเซลล์ประสาทที่รับความรู้สึกให้ส่งสัญญาณไปยังสมองโดยผ่านทางไขสันหลัง ตัวรับเหล่านี้สนองต่อความร้อน ความเย็น แสง สัมผัส การกด และความเจ็บปวด อาการปวดสามารถทำให้เกิดอาการอื่นๆได้เช่น อาการคลื่นไส้ วิงเวียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ส่วนมาก เมื่อมีอาการปวดทุกคนมักจะตอบสนองด้วยการหยุดเคลื่อนไหว เพราะหลายคนเชื่อว่าการหยุดพักจะช่วยการฟื้นตัวได้ แต่ความจริงแล้วการเคลื่อนไหวเบาๆพอประมาณจะช่วยให้หายเร็วขึ้นกว่า

ประเภทของอาการปวด

การให้คำจำกัดความอาการปวด ของสมาคมทางการแพทย์นานาชาติที่ผ่านมาทำได้ยากมาก คำจำกัดความในปัจจุบันที่กำหนดโดยสมาคมนานาชาติเพื่อการศึกษาความปวด (IASP) คือ “ความปวดเป็นประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งทางด้านประสาทสัมผัส (ร่างกาย) และอารมณ์ (ความรู้สึก) ที่มีความสัมพันธ์กับการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หรือเมื่อเนื้อเยื่อมีโอกาสบาดเจ็บ หรือ เสมือนหนึ่งว่ามีการบาดเจ็บ” อาการปวดอาจจะเฉียบพลัน และชั่วคราว หรือเรื้อรัง และระยะยาว มีหลายวิธีในการจำแนกความเจ็บปวด และการจำแนกประเภทเหล่านี้อาจจะทับซ้อนกัน แต่โดยทั่วไปการระบุประเภทของอาการปวด รวมถึงดังต่อไปนี้

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/842/Back-Pain
  1. Nociceptive pain ทำหน้าที่ในการปกป้อง เป็นอาการปวดที่เกิดจากกิจกรรมในทางเดินประสาทที่เกิดจากกิจกรรมในทางเดินประสาทที่เกิดจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ หรือเกิดจากสิ่งเร้าที่อาจสร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ การปวดหลังจากการผ่าตัด การปวดข้ออักเสบ การปวดหลังส่วนล่าง หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  2. Somatic or Inflammatory pain เป็นความรู้สึกปวดเมื่อมีความเสียหายที่เนื้อเยื่ออ่อนของกล้ามเนื้อและโครงกระดูก อาการปวดประเภทนี้มักจะเป็นเฉพาะที่ (ระบุตำแหน่งที่ชัดเจนได้) และมีลักษณะอาการปวดแบบเรื่อยๆ หรือปวดตื้อๆ มันเกิดขึ้นกับความถี่ที่เพิ่มขึ้นในไหล่ สะโพก และมือ แต่ก็สามารถเกิดขึ้นในหลังส่วนล่างได้
  3. Neuropathic pain มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ หรือความผิดปกติของระบบประสาทรับความรู้สึกทางกาย อาการปวดที่นำออกมาโดยการบาดเจ็บหรือโรคที่กระทบต่อส่วนใดก็ตามของระบบประสาท มักจะไม่พบอาการทางกายภาพที่ชัดเจน มักจะมีลักษณะอาการปวดแบบ ปวดร้อน ปวดชา ปวดเสียวแปลบร้าว หรือปวดแสบ (ปวดแบบผึ้งต่อย) อาการปวดประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วัน หรือไม่กี่สัปดาห์ของการบาดเจ็บทางร่างกาย และในคลื่นความถี่และความรุนแรง บางครั้งก็ไม่มีแหล่งที่มาของการปวดที่ชัดเจน และสามารถเกิดขึ้นได้แบบฉับพลัน

สาเหตุโดยทั่วไปของอาการปวดหลัง

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบได้บ่อยเช่นเดียวกันกับอาการปวดหัว ทั้งนี้อาการปวดหลังสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ยิ่งในปัจจุบันจะพบมากขึ้นนวัยทำงาน จากการทำงานติดโต๊ะโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถนั่นเอง ทั้งนี้หากปวดมากอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันด้วย สาเหตุทั่วไปที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง โดยทั่วไปมักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชี่วิต เช่น การนั่งมากเกินไป การยกของหนักหรือการออกกำลังกายมากเกินไป ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นจะเป็นบักษณะการปวดเมื่อย รู้สึกกล้ามเนื้อตึงเท่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีอาการปวดร้าวไปลงที่ ขา อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทก็ได้

อาการปวดหลังบ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง ??

อาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดเมื่อไอหรือจาม

ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการก้มหรือเงย ยกของหนัก นั่งทำงานอยู่ในท่านั่งเดิมเป็นเวลานาน แล้วไม่ค่อยได้เปลี่ยนอิริยาบถ รวมถึงความเสื่อมตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นอาการออฟฟิศซินโดรม ทั้งนี้หากปล่อยไว้นาน อาจะเป็นอาการที่บ่งบอกถึง “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” อันเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง ปลิ้นออกมาไปกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง หรือรากประสาททำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังรุนแรง ปวดมากจนไม่อาจขยับตัวได้ โดยการปวดหลังจากโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดเมื่อไอ จาม เบ่งถ่ายขณะเข้าห้องน้ำ รู้สึกชาชา แอ่นหลังหรือก้มหลังแล้วรู้สึกปวดร้าวลงขามากขึ้น ปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้าง

อาการปวดตึงหลังเฉียบพลัน ปวดหลังบริเวณกว้าง

มักเกิดขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อหลังของเราถูกใช้งานมากเกินไป เกิดอุบัติเหตุ โดนกระแทกที่หละงโดยตรง จนทำให้ “กล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน” ทันที ทั้งนี้โรคนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของกระดูกสันหลังโดยตรง แต่เกิดจากกล้ามเนื้อหลังซึ่งสภาวะกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉี่ยบพลันจะมีอาการคล้ายๆ กับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่ไม่มีอาการปวดร้าวลงขา อาการที่พบบ่อยๆ คือปวดเกร็งหลัง จนต้องแอ่นหลังตลอดเวลา และกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งเป็นลำชัดเจน

อาการปวดหลังเหนือบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง

มักเกิดจากความผิดปกติภายมน เช่น โรคไต โรคนิ่วในถุงน้ำดีหรือถุงน้ำในไต ทำให้ไตทำงานได้น้อยลง ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไตติดเชื้อ ไตวายเรื้อรัง จนถึงขั้นไตหยุดทำงานถาวร นอกจากนี้โรคกระเพาะ ลำไส้ มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ก็ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังบริเวณนี้เช่นกัน แต่โรคเหหหล่านี้มักจะมีอาการปวดท้องควบคู่กันด้วย

ปวดหลังไม่ทราบสาเหตุ มีไข้

ทั้งนี้เมื่อเกิดอาการขึ้นตอนกลางคืนโดยที่ผู้ป่วยจะปวดหลังแบบไม่ทราบสาเหตุ ซีด และร่างกายโดยรวมอ่อนเพลียอาจมีการติดเชื้อบางอย่าง เช่น แบคทีเรีย หรือวัณโรค กระดูกสันหลัง ซึ่ง “วัณโรคกระดูกสันหลัง” เกิดจากเชื้อวัณโรคชนิดเดียวกับที่ทำให้เป็นวัณโรคปอด หรือต่อมน้ำเหลือง ต่อมาเชื้อ แพร่กระจายไปที่กระดูก โดยเฉพาะกระดูกสันหลังทางระบบท่อน้ำเหลืองหรือหลอดเลือดดำ เข้าสู่ส่วนหน้าของกระดูกสันหลังส่วนที่ติดกับหมอนรองกระดูกสันหลังแล้วเข้าไปทำลายกระดูกและหมอนรองกระดูกเมื่อถูกถูกทำลายจะทำให้กระดูกยุบตัว หลังโก่งงอ มีหนองหรือเศษกระดูกหรือหมอนรองกระดูกเลื่อน และเมื่อเข้าสู่ช่องไขสันหลังจะเกิดการกดทับประสาทที่ไขสันหลัง จนทำให้เป็นอัมพาตที่ขา แต่ถ้าเป็นวัณโรคที่กระดูกและเกิดมีพยาธิสภาพเช่นเดียวกันก็จะให้เกิดอัมพาตที่แขนได้ หากปวดแบบนี้ แนะนำให้รีบพบแพทย์จะดีที่สุด เพื่อตรวจและทำการรักษาโรคต่อไป

Johnson Massage Chair J6900

อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปหากแค่มีอาการปวดหลังธรรมดาตามปกติ แล้วรู้สาเหตุเช่น นั่งทำงานมากเกินไป หรืออยู่ในท่าเดิมนานๆ แนะนำให้ขยับร่างกาย หรือใช้เก้าอี้นวดไฟฟ้าของJohnson ที่สามารถนวดผ่อนคลายตามจุดต่างๆและฟังก์ชั่นครบครัน ก็จะช่วยให้อาการปวดบรรเทาลงหรือหายปวดหลังธรรมดาได้

Johnson Massage Chair J6900

สามารถดูสินค้าเครื่องออกกำลังกายเพิ่มเติมได้ที่ : https://johnson.co.th/massage-chair/

? สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

? โทร 02-751-9360 ,090-090-6797

✅LINE@ : https://lin.ee/aNh3uZF

✅http://m.me/Johnsonfitness.TH/

ข้อมูลจาก : https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/842/Back-Pain

และ https://www.sikarin.com/health/ปวดหลังแบบนี้-ป่วยเป็นโ

← Older Post Newer Post →

Blog

RSS
RHR คืออะไร
Category_บทความ ลู่วิ่งไฟฟ้า

RHR คืออะไร

By KTn develop

RHR คืออะไร หลายท่านที่ออกกำลังกายอาจคิดว่าสิ่งนี้ไม่สำคัญเท่าไหร่กับการออกกำลังกายประจำวัน แต่หลายท่านคงคาดไม่ถึงว่า RHR นั้นมีผลอย่างมากกับการออกกำลังกายของเรา

Read more
4วิธีปั่นจักรยานลดน้ำหนัก
Category_บทความ จักยานนั่งปั่น จักรยานออกกำลังกาย จักรยานเอนปั่น

4 วิธีปั่นจักรยานลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนได้จริง

By KTn develop

4 วิธีปั่นจักรยานลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนได้จริง ถ้าพูดถึงการปั่นจักรยาน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายอีกอย่างนึงที่ได้รับความนิยม การปั่นจักรยานที่ดีจะสามารถช่วยเผาผลาญไขมันและคุมน้ำหนักได้ แต่จะมีวิธีปั่นจักรยานอย่างไรให้ได้ผลไวและเร็วที่สุด ตามมาดูกันเลยค่ะ กินก่อนปั่นหรือหลังปั่นดี การออกกำลังกายทุกอย่างต้องใช้พลังงาน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกินอาหารตุนไว้ให้แน่นท้อง ก่อนจะปั่นจักรยานออกกำลังกายก็ควรรองท้องเพื่อให้มีพลังงานและช่วยให้ไม่หิวจัดหลังจากปั่นจักรยานลดน้ำหนักเสร็จ และไม่ควรกินอาหารหลังจากออกกำลังกายทันทีเพราะจะทำให้จุกแต่ควรดื่มน้ำให้มากขึ้นเพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไป ปั่นจักรยานด้วยความเร็วสม่ำเสมอ หลายคนที่หวังจะปั่นจักรยานด้วยการปั่นแบบแรง ๆ เร็ว ๆ โดยคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่จะช่วยเผาผลาญเซลลูไลท์บริเวณต้นขาได้ดีกว่า ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะการปั่นจักรยานด้วยรอบปั่นเร็วจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อขาและเอวได้ ดังนั้นควรเลือกปั่นจักรยานด้วยวิธีที่เหมาะสม คือ ปั่นด้วยความเร็วแบบสม่ำเสมอ และเลือกใช้เกียร์เบา...

Read more